โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยุโรปร้อนทะลุปรอท จนประเด็น “ติดแอร์” ดีไหม? กลายเป็นศึกการเมืองในฝรั่งเศส!

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 07.00 น.
ยุโรปยังคงเผชิญวิกฤตอากาศร้อนจัดโดยคลื่นความร้อนรุนแรงได้ปกคลุมหลายประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ไฟฟ้าดับ และเกิดไฟป่ารุนแรง ขณะที่ในฝรั่งเศสเกิดศึกการเมืองเรื่อง “เครื่องปรับอากาศ” ท่ามกลางข้อถกเถียงว่าจะแก้ปัญหาอากาศร้อนอย่างไรโดยไม่ซ้ำเติมโลกร้อน?

คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมยุโรปยังคงทวีความรุนแรงและเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก ส่งผลให้หลายประเทศเผชิญอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเยอรมนีคาดว่าจะทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ ขณะที่ฝรั่งเศสกำลังเกิดข้อถกเถียงทางการเมืองอย่างร้อนแรงเกี่ยวกับการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในพื้นที่สาธารณะ

ผู้นำพรรคขวาจัดของฝรั่งเศส “มารีน เลอแปง” ออกมาเสนอ “แผนการใหญ่สำหรับเครื่องปรับอากาศ” ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2027 โดยระบุว่าเครื่องปรับอากาศสามารถช่วยชีวิตคนได้ และกล่าวหาว่าฝรั่งเศสล้าหลังกว่าหลายประเทศทั่วโลกที่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศอย่างแพร่หลาย

พันธมิตรของเลอแปงในรัฐสภาเสนอร่างกฎหมายให้มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในสถานที่สาธารณะที่สำคัญแบบ “ภาคบังคับ” อย่างไรก็ตาม รัฐบาลฝรั่งเศสออกมาตอบโต้แนวคิดดังกล่าวว่าเป็นความเข้าใจผิด และไม่ใช่ทางออกของวิกฤตโลกร้อน

ด้านรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม “อาญแนส ปานิเยร์-รูนาแชร์” ระบุว่า ฝรั่งเศสบังคับให้มีเครื่องปรับอากาศในบ้านพักคนชรามานานกว่า 20 ปีแล้ว แต่การติดตั้งอย่างกว้างขวางอาจส่งผลเสีย เนื่องจากเครื่องปรับอากาศปล่อยความร้อนออกภายนอก และยิ่งกระตุ้นอุณหภูมิในเมืองให้สูงขึ้น

ส่วนด้านผู้นำพรรคกรีน “มาริน ต็องเดอลิเยร์” ก็ออกมาวิจารณ์เลอแปงเช่นกันว่า นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคขวาจัดนั้นจำกัดแค่ “การซื้อเครื่องปรับอากาศ” โดยเสนอว่าควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการปรับปรุงฉนวนกันความร้อนในอาคารมากกว่า

และถ้าหากดูสถานการณ์คลื่นความร้อนในหลายประเทศยุโรป ตอนนี้ยังคงเลวร้ายอย่างต่อเนื่องเช่นในสเปน เจ้าหน้าที่พบศพแรงงานในฟาร์มสองรายใกล้พื้นที่ไฟป่าในแคว้นเลเยดา ซึ่งไฟป่าได้ลุกลามเผาทำลายพื้นที่กว่า 6,500 เฮกตาร์ ทางการต้องสั่งให้ประชาชน 18,000 คนอยู่แต่ในบ้านเพื่อความปลอดภัย

ด้านประธานแคว้นกาตาลุญญา “ซัลบาดอร์ อิยา”ก็ได้ออกเตือนประชาชนให้ระวัง เพราะไฟป่าในปัจจุบัน “แตกต่างจากในอดีต” ด้วยความเร็วและความรุนแรงที่คาดไม่ถึงในวันเดียวกัน เด็กชายคนหนึ่งในแคว้นตาร์ราโกนาเสียชีวิตจากอาการฮีตสโตรก หลังถูกทิ้งไว้ในรถที่ร้อนจัด และในฝรั่งเศส กระทรวงพลังงานรายงานเหตุการณ์ผู้เสียชีวิตสองรายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคลื่นความร้อน และมีประชาชนมากถึง 300 คนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ส่วนที่อิตาลี ชายวัย 70 ปีคนหนึ่งถูกพบเป็นศพในรถบรรทุกของเขา ส่วนแรงงานก่อสร้างวัย 57 ปีล้มลงเสียชีวิตกลางวันแสก ๆ ขณะทำงานที่เมืองจูเลียโน ดิ โรมา นอกจากนี้ ชายวัย 85 ปีในเจนัวก็เสียชีวิตจากอาการขาดน้ำ และมีผู้เสียชีวิตอีกสองรายในซาร์ดิเนีย ขณะอยู่บนชายหาด

ภาวะอากาศร้อนจากคลื่นความร้อนยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานหลายเมืองในอิตาลี เช่นเหตุการณ์สัญญาณไฟจราจรหยุดทำงาน ประชาชนติดอยู่ในลิฟต์ และร้านค้าหลายแห่งต้องปิดก่อนเวลา เนื่องจากไฟฟ้าดับ อันเนื่องมาจากการใช้เครื่องปรับอากาศและพัดลมที่หนักเกินไป

ผู้ให้บริการพลังงาน Enel ระบุว่า สายไฟใต้ดินที่ร้อนเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของไฟฟ้าดับ โดยในเมืองฟลอเรนซ์ ร้านค้าชื่อดัง La Rinascente ต้องอพยพพนักงานออกจากอาคาร และขึ้นป้ายแจ้งหยุดให้บริการชั่วคราว

และกระทรวงสาธารณสุขของอิตาลีก็ออกประกาศเตือนภัยอากาศร้อนระดับสูงสุด หรือระดับสี “แดง” ใน 18 เมือง โดยเตือนว่าความร้อนครั้งนี้อาจเป็นอันตรายต่อแม้แต่คนที่อายุน้อยและแข็งแรงนอกจากนี้ ภาคเกษตรกรรมก็เริ่มได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิสูงจัด ทั้งผลไม้ไหม้จากแดด น้ำนมวัวลดลง และปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงในภาคใต้ของประเทศ

องค์กร Coldiretti ซึ่งเป็นสมาคมเกษตรกรที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลีรายงานว่า เริ่มเห็นสัญญาณความเสียหายตั้งแต่เมลอนที่ถูกแดดเผาในแคว้นทัสคานี ไปจนถึงการขาดแคลนน้ำนมในแคว้นลอมบาร์เดีย และการต้องจำกัดการใช้น้ำในเกาะซิซิลี

ส่วนเยอรมนีก็เป็นอีกประเทศที่กำลังเผชิญอุณหภูมิพุ่งสูงสุดในรอบปี โดยคาดว่าอุณหภูมิจะเข้าใกล้ 40°C ทั่วประเทศ และอาจทำลายสถิติเดิมที่ 41.2°C ซึ่งเคยเกิดขึ้นในปี 2019

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...