โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“คิดว่าได้งานรายได้ดี” สุดท้ายโดนขัง–ซ้อม–ใช้เป็นบัญชีม้า เรื่องจริงหรือนี่ที่โดนหลอก

เดลินิวส์

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 03.41 น. • เดลินิวส์
สมัครงานออนไลน์ กลับกลายเป็นฝันร้าย! ถูกขัง–ถูกซ้อม 2 เพื่อนซี้หนีกลับไทยเอาชีวิตรอดกลางดึก

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา คืนวันที่ 2 ก.ค. กองกำลังบูรพา โดย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ สั่งการให้ ร.อ.อาคม มงคลนำ ผบ.ร้อย.ทพ.1201 (ชค.ทพ.12) นำกำลังทหารพราน 1201 ลาดตระเวนเข้มตามตะเข็บชายแดนตามมาตรการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยสามารถสกัดจับกลุ่มคนไทยในคืนเดียวได้ รวม 2 เคส ที่ลักลอบข้ามแดนกลับเข้าประเทศไทยในสภาพอิดโรย โดยทั้งสองเคสต่างเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกไปทำงานในฝั่งกัมพูชา เผยชะตากรรม ทั้งถูกบังคับเป็นบัญชีม้า-โดนซ้อมทุกวัน และถูกหลอกไปกักตัวในโรงแรม

โดยเหตุการณ์แรก นายสุเนตร อายุ 47 ปี และนายภานุพงศ์ อายุ 37 ปี สองเพื่อนซี้ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมขณะมุดลวดหนามข้ามแดนกลับเข้ามายังฝั่งไทย ทั้งคู่ให้การว่าถูกคนรู้จักหลอกว่าจะพาไปทำงานรายได้ดี แต่เมื่อไปถึงกลับถูกนำไปขังไว้ในโรงแรมแห่งหนึ่งที่ปอยเปตนานถึง 2 วันโดยไม่ได้ทำงาน เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีและเงินที่พกมาเริ่มหมด จึงตัดสินใจพากันหลบหนีออกมา

และเหตุการณ์ต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกัน นายทศวรรษ อายุ 35 ปี ซึ่งถูกจับขณะปีนรั้วทางรถไฟกลับเข้าไทย เล่าว่า ถูกหลอกผ่านเฟซบุ๊กให้ไปทำงานเป็นแอดมิน แต่เมื่อไปถึงกลับถูกบังคับให้เป็น "บัญชีม้าสแกนหน้า" และเมื่อสแกนใบหน้าเสร็จในแต่ละวัน ก็จะถูกหัวหน้างานชาวจีนและไทยรุมทำร้ายร่างกายทุกวันเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ จนล่าสุดแก๊งดังกล่าวทำท่าทีจะย้ายงานให้ ก่อนนำไปปล่อยทิ้ง ซึ่งทำให้เขาต้องหาทางหนีกลับมายังประเทศไทย เพื่อเอาชีวิตรอด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึกเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...