โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กูรูเศรษฐกิจมองดีลภาษีสหรัฐ-เวียดนาม สูตร 40-20-10-0 ทำไทยนั่งไม่ติดในระยะยาว ไทยเจรจาได้ดีแค่ไหน ไทยมีสินค้าหรือวัตถุดิบจากต่างชาติแปลงร่างเป็นสินค้าไทยมากแค่ไหน

BTimes

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 12.12 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 04.56 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการเจรจาภาษีของสหรัฐที่ตกลงกันได้กับเวียดนาม มีดังนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศว่าได้ “ดีล” กับเวียดนามสำเร็จ โดยมีหัวใจสำคัญคือ 40% ภาษี สำหรับสินค้าที่สหรัฐมองว่าเป็น “Transshipping” สินค้าจากประเทศอื่น (เช่น จีน) ที่เพียง “ผ่าน” เวียดนาม แล้วแปลงร่างเป็นสินค้าจากเวียดนามก่อนส่งไปสหรัฐ อัตรา 20% สำหรับสินค้านำเข้าทั่วไป อัตรา 10% สำหรับสินค้าที่ผลิตในเวียดนามแทบทั้งหมด และเวียดนามจะเปิดตลาดให้สินค้าสหรัฐแบบ “ศูนย์ภาษี” (Zero Tariff) และศูนย์แบบไม่มีการกีดกันอื่นด้วย แม้จะเป็นข้อตกลงระหว่างสองประเทศ แต่จริง ๆ แล้วอาจกลายเป็นต้นแบบของแนวทางใหม่ที่สหรัฐจะใช้ต่อประเทศที่ “เกินดุลการค้า” กับอเมริกา… ซึ่งไทยคือหนึ่งในนั้น

แต่รายละเอียดของดีลนี้ยังไม่ชัดเจน และนั่นคือประเด็นสำคัญ

1.คำจำกัดความของ Transshipping มีผลชี้ขาด ถ้าภาษี 40% ใช้เฉพาะกับการ “เลี่ยงภาษีอย่างชัดเจน” ผลกระทบอาจจำกัด แต่ถ้าขยายความหมายให้ครอบคลุมถึงสินค้าที่มีสัดส่วนชิ้นส่วนนำเข้าจากจีนหรือประเทศอื่นมาก แม้จะแปรรูปในเวียดนามจริง ผลกระทบจะขยายวงกว้าง

2.ภาษีอาจ “แปรผันตามสัดส่วนของชิ้นส่วนนำเข้า” รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ภาษีอาจขึ้นกับสัดส่วน foreign content ถ้านำเข้าชิ้นส่วนมาก → เสียภาษีสูง (ราว 20%) ถ้าผลิตในเวียดนามแทบทั้งหมด → อาจเสียแค่ 10%

3.ภาษีอาจลดลงในอนาคต สำหรับสินค้าบางประเภท รายงานจาก Politico ชี้ว่าทั้งสองประเทศยังอยู่ระหว่างการร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ อาจลดภาษีให้กับสินค้านำเข้าหลายหมวด เช่น เทคโนโลยี รองเท้า สินค้าเกษตร ของเล่น ถ้าเป็นจริงภาษีเฉลี่ยที่เวียดนามต้องจ่ายอาจต่ำกว่าที่ประกาศไว้มาก แล้วไทยควรถามตัวเองอะไรบ้าง ?

1.สูตร 40-20-10-0 จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ สำหรับประเทศที่เกินดุลกับสหรัฐหรือไม่ หากเวียดนามกลายเป็นต้นแบบ และสหรัฐนำแนวทางนี้ไปใช้กับประเทศอื่น ไทยต้องเตรียมพร้อมทั้งในแง่การเจรจาเชิงนโยบายและการปรับตัวเชิงโครงสร้าง

2.หากไทยต้อง ‘เปิดหมด’ ให้สินค้าสหรัฐแนวเดียวกับเวียดนาม ผลกระทบคืออะไร เรามีมาตรการเยียวยาอุตสาหกรรมและผู้ถูกกระทบโดยเฉพาะคนตัวเล็กพอไหม

3.ระบบพิสูจน์ “แหล่งที่มา” ของสินค้าจากไทยเข้มแข็งพอหรือยัง ถ้าภาษีขึ้นกับสัดส่วนของชิ้นส่วนนำเข้า ประเทศที่ไม่มีระบบตรวจสอบที่เชื่อถือได้อาจถูกตีความให้ต้องเสียภาษีสูงเกินจริง แม้จะไม่ได้ทำผิด

4.ถ้าไทยต้องดีลแบบเดียวกัน “ใครได้-ใครเสีย” และภาษีจะหนักหรือเบาแค่ไหน บางอุตสาหกรรมอาจได้ประโยชน์จากการเข้าถึงตลาดสหรัฐ ขณะเดียวกัน บางอุตสาหกรรมในประเทศอาจโดนสินค้านำเข้าแย่งตลาด ส่วนภาษีที่ไทยจะเจอจะขึ้นกับ 2 ปัจจัย : ไทยเจรจาได้ดีแค่ไหน และโครงสร้าง Supply Chain ของเรามี Foreign Content และสินค้าปลอมตัวเป็นไทยมากแค่ไหน

5.ไทยพร้อมจะ “ยกเครื่องโครงสร้างการผลิต” เพื่อสร้างแต้มต่อหรือยัง ? สูตร 40-20-10-0 ไม่ใช่แค่ภาษี แต่มันสะท้อนว่าโลกการค้าใหม่อาจจะให้รางวัลกับประเทศที่สร้างมูลค่าในประเทศได้จริง (มากยิ่งกว่าเดิม) จึงต้องเร่งลงทุนและปรับฐานการผลิตใหม่ ไม่ให้ตกขบวนของโลกยุคใหม่ ข้อตกลงเวียดนาม-สหรัฐไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของแนวทางการค้าแบบใหม่ ขอเป็นกำลังใจให้ทีมไทยแลนด์ที่กำลังเจรจาครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...