โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจบอกทำอะไรไม่ได้ ลุงชำแหละแมวกิน เจ้าของเดินหน้าคดีลักทรัพย์

Thaiger

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 01.30 น. • Thaiger ข่าวไทย

ตำรวจแจ้งข้อหากรรโชกทรัพย์ไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ได้เกิดขึ้นคดี ลุงชำแหละแมวกิน เจ้าของเดินหน้าคดีลักทรัพย์ เผยลุงเป็นคนไทย

จากกรณีเคสสะเทือนใจ ที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเล่าว่า เต้าหู้ แมว 5 เดือนของเธอหลุดออกไป ก่อนที่จะถูกสุนัขกัดตาย และมีลุงคนหนึ่งนำซากแมวไปชำแหละกิน พร้อมขอเงิน 200 บาท เพื่อแลกกับค่าซากแมว จนกลายเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ตามที่มีการรายงานไปก่อนหน้านี้นั้น

ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กรายเดิมได้ออกมาอัปเดตความคืบหน้ากรณีนี้ว่า วันนี้ทางเราได้เข้าพบตำรวจ สน.บ้านค่ายทางตำรวจแจ้งว่า ลุงไม่ใช่คนเขมรลุงเป็นคนไทย มีบัตร เรื่องที่เขาเป็นเขมรคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดต่อๆ กันมา ทางตำรวจได้นำทะเบียนราษฎรมาให้เราดู

และเรื่องคดีไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากน้องตายก่อนหน้าแล้ว และอยู่นอกพื้นที่ของเรา (บ้าน) และเราไม่สามารถทำอะไรได้ ส่วนเรื่องเงิน 200 เราแจ้งข้อหากรรโชกทรัพย์ไม่ได้ เนื่องจากการกระทำผิดยังไม่เกิดขึ้น และเราไม่ได้ให้เงินเขาไป สรุปแล้วตำรวจให้ไกล่เกลี่ย และได้รับคำขอโทษจากลุง ซึ่งเราเองก็มีความโกรธไม่ได้มองหน้าลุงเลยด้วยซ้ำ

ก่อนที่จะเขียนข้อความต่อว่า ขออนุญาตอัพเดตข่าวล่าสุด 2 ก.ค 68 มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ คุยกับผู้กำกับแล้วนะคะ ได้ยืนยันด้วยว่า ข้อหาลักทรัพย์ได้แน่นอน เพราะเป็นการเอาทรัพย์ไปโดยทุจริตในขณะที่เจ้าของกำลังติดตามถามหา

ผู้กำกับก็เลยพูดแบ่งรับแบ่งสู้ ประมาณว่า คนนั้นเป็นคนจร คนจน ก็เลยดูว่า จะอนุโลมกันได้ไหม แต่ถ้าผู้เสียหายยืนยันจะเอาเรื่องให้ได้ ก็จะขอนัดให้มาโรงพักอีกครั้ง ตำรวจยินดี ทำตามที่ผู้เสียหายต้องการ

**เรื่องดำเนินคดีหนูขอเก็บข้อมูลไปก่อนค่ะเพราะตอนนี้รู้สึกว่าไม่ปลอดภัยมากๆ และอีกอย่างถ้าทำอะไรตอนนี้อาจจะโดนทำอะไรก็ได้ค่ะ เขาเห็นหน้าหนูและเพื่อนๆแบบชัดแล้ว

ขอให้ทุกคนเคารพการตัดสินใจของหนูและเพื่อนๆหน่อยนะคะขอบคุณค่ะ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...