โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สว.วีระพันธ์” จ่อเชิญ “นายกฯ” ชี้แจง 12 ข้อ “กาสิโน” มองทำประชามติไม่โปร่งใส

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 08.47 น.

“สว.วีระพันธ์” จ่อเชิญ “นายกฯ” ชี้แจง 12 ข้อ “พรบ.สถานบันเทิงฯ” มองจัดทำประชามติไม่โปร่งใส ไม่รอบคอบ ด้าน “พิสิษฐ์” ชี้ควรถอนออกไปจากสภา ขู่หากเดินหน้าต่อ จะฟ้อง“ศาลรัฐธรรมนูญ”

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายแพทย์วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร วุฒิสภา แถลงข่าวความคืบหน้าการศึกษานโยบายจัดตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่า ขณะนี้ กมธ. มีมติเตรียมเชิญนายกรัฐมนตรี หรือผู้แทนรัฐบาลเข้าร่วมประชุมในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ เพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมใน 12 ประเด็นสำคัญ ซึ่งยังมีข้อสงสัยและพบอุปสรรคต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายแพทย์วีระพันธ์ เผยว่า แม้จะเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันที่อาจต้องมีการมอบหมายผู้แทน แต่หากรัฐบาลมีความจริงใจ ควรให้นายกรัฐมนตรีมาให้ข้อมูลด้วยตนเอง เพราะเรื่องนี้ส่งผลเปลี่ยนโครงสร้างประเทศและไม่ได้เป็นนโยบายที่เคยเสนอในช่วงหาเสียงหรือแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างชัดเจน ทั้งนี้ 12 ประเด็นที่ กมธ. ต้องการคำชี้แจง ดังนี้
1. การประเมินสัดส่วนรายได้จากพื้นที่กาสิโน
2. แนวทางการอนุญาตจัดตั้งบ่อนกาสิโน
3. การใช้ประโยชน์ที่ดินการท่าเรือคลองเตย
4. ข้อมูลและสมมติฐานรายได้จากผู้เล่นชาวไทย
5. การควบคุมการฟอกเงิน
6. มาตรการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่พิเศษ
7. การป้องกันการใช้อำนาจเกินขอบเขตของคณะกรรมการนโยบาย
8. การวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
9. ความถูกต้องของข้อมูลเปรียบเทียบการท่องเที่ยว
10. ลำดับความสำคัญในการศึกษาและคัดเลือกพื้นที่
11. การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการศึกษาในอดีตและการติดต่อกับนักลงทุน
12. ความเหมาะสมในการปรับชื่อพระราชบัญญัติให้ตรงไปตรงมา

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ จะมีการสอบถามประเด็นใดเพิ่มเติม นายแพทย์วีระพันธ์ เผยว่า ประเด็นหลักที่ต้องการคำชี้แจงมี 12 ข้อซึ่งได้แจ้งไปล่วงหน้าแล้ว แต่หากนายกรัฐมนตรีหรือผู้แทนมาปรากฏตัวจริง เชื่อว่ากรรมาธิการจะมีคำถามเพิ่มเติมอีกมาก เพราะเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายสำคัญที่อาจเปลี่ยนโครงสร้างประเทศ จึงเหมาะสมที่ผู้นำรัฐบาลจะเป็นผู้ชี้แจงด้วยตนเอง

นายแพทย์วีระพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า แม้กรรมาธิการยังไม่มีมติให้ถอนร่างกฎหมาย แต่ในความเห็นส่วนตัวยอมรับว่าไม่เห็นด้วยกับความเร่งรีบของรัฐบาล โดยเผยว่าตนได้ยินข่าวลือมาว่าเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ. จะถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในวันที่ 9 ก.ค. นี้ ทั้งที่ผลการศึกษายังไม่ครอบคลุม และประชาชนยังไม่รับรู้เพียงพอ เขาเสนอว่าควรเริ่มตั้งแต่กระบวนการหาเสียงของพรรคการเมือง หากจะเสนอกาสิโน ควรประกาศตั้งแต่ต้นเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจอย่างโปร่งใส ไม่ใช่มากำหนดนโยบายภายหลังการเลือกตั้ง

นายแพทย์วีระพันธ์ ระบุว่า การจัดทำประชามติหลังจากผลักดันร่างกฎหมายไปแล้วนั้นไม่เหมาะสม เพราะกระบวนการจัดทำนโยบายที่สำคัญขนาดนี้ควรตั้งอยู่บนฐานของความรอบคอบ โปร่งใส และเปิดเผยตั้งแต่ต้น พร้อมเผยว่ากรรมาธิการมีแผนรายงานผลการศึกษาเบื้องต้นต่อที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 8 ก.ค. และจะเชิญนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงในวันที่ 17 ก.ค.

ทั้งนี้ ยังมีข้อกังวลอีกหลายประเด็นที่สะท้อนถึงความไม่โปร่งใส เช่น กรณีที่เอกชนบางรายทราบรายละเอียดการจัดเก็บภาษีก่อนรัฐบาลประกาศเป็นทางการ (17%) หรือการที่ภาครัฐระบุว่าจะควบคุมไม่ให้คนไทยเล่น แต่รายงานเอกชนกลับระบุชัดว่าต้องอาศัยผู้เล่นชาวไทยถึง 50% เพื่อให้คุ้มทุน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากกฤษฎีกาที่ระบุว่าเฉพาะผู้มีเงินฝาก 50 ล้านบาทขึ้นไปในบัญชีอย่างน้อย 6 เดือน จึงจะสามารถเข้าเล่นได้ ซึ่งไม่สอดคล้องกับเป้าหมายเอกชนที่ต้องการฐานผู้เล่นจำนวนมาก

นายแพทย์วีระพันธ์ เผยข้อกังวลเพิ่มเติมว่า หน่วยงานสำคัญหลายแห่ง เช่น องค์กรศาสนา ยังไม่ได้เข้าชี้แจง และมีประเด็นด้านกฎหมายหลายข้อที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการเร่งผลักดันนโยบายนี้อาจไม่เหมาะสมในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาหลายด้าน พร้อมเสนอให้ชะลอหรือถอนร่างกฎหมายออกไปก่อน เพื่อกลับไปเริ่มต้นกระบวนการที่โปร่งใส และเปิดรับฟังเสียงประชาชนอย่างแท้จริง

ด้านนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ตนต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรถอนวาระเรื่องเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ออกไปจากสภาผู้แทนราษฎร และไม่ควรกลับเข้ามาเนื่องด้วยความสุ่มเสี่ยงว่าจะขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญในเรื่องนิติธรรม เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับพรบ.ฉบับนี้ และยังไม่รวมถึงเรื่องที่รัฐควรจัดให้มีความคิดเห็นของประชาชนก่อนว่าจะจัดให้มีสถานบันเทิงที่จังหวัดไหนโดยอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนในบริเวณนั้น และอาจจะสุ่มเสี่ยงให้เกิดการคอรัปชั่นที่สูงเพราะประเทศไทยติดอันดับการคอรัปชั่นสูงระดับโลก รวมถึงการที่บอกว่าจะนำการพนันใต้ดินขึ้นมาบนดินและเก็บภาษี ตนอยากบอกตรงตรงว่าการพนันไม่มีวันหายไปและกลายเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนขึ้นเล่นการพนันมากขึ้นจากใต้ดินขึ้นมาบนดิน ส่วนเรื่องสุดท้ายคือรัฐต้อง พัฒนาทางด้านวัตถุและจิตใจไม่ใช่เน้นแต่เรื่องเงินอย่างเดียวเราต้องคำนึงถึงประชาชนและเยาวชนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นตนจึงขอเรียกร้องว่าอย่าบรรจุเข้าในวาระการประชุมตั้งแต่วาระแรกเลยและถ้าหากยังไม่ยอมตนในฐานะสมาชิกวุฒิสภาจะรวบรวมรายชื่อเพื่อที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...