โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

โจรแสบขโมยเผารถกระบะทิ้งหุบเขาทำลายหลักฐาน เจ้าของเต้นท์รถเซ็งเชื่อคนในแน่นอน

สยามรัฐ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 15.05 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 15.05 น.

โจรแสบขโมยเผารถกระบะทิ้งหุบเขาทำลายหลักฐาน เจ้าของเต้นท์รถเซ็งเชื่อคนในแน่นอน

วันที่ 3 ก.ค.68 เวลา11:00น. นายทศม เรืองพยุงศักดิ์ กำนันตำบลปากแพรก รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบรถกระบะถูกไฟไหม้ที่เชิงเขาในพื้นที่ฝึกพระไชยานุภาพ กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงแจ้งให้ นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ทราบสั่งการให้ ว่าที่ร้อยตรีธนายุทธ พินิจมนตรี ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองกาญจนบุรี นำอาสารักษาดินแดน ชุดการข่าว กกล.สุรสีห์ ประสานชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกาญจนบุรี ร่วมตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุ เป็นเชิงหุบเขา ที่เคยใช้ในการฝึกซ้อมทางการทหารแต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นพื้นที่ในการฝึกแล้วเป็นป่าและหุบเขาค่อนข้างชัน จะมีถนนเข้าไปได้หลายทาง ตรงยอดเขาจะเป็นลานโล่ง พบวัตถุพยานหลายชิ้น มีรอยล้อรถที่หญ้าแห้ง จุดแรกที่คาดว่าจะมีการนำรถมาจอดแล้วถอดแผ่นป้ายทะเบียนรถออก แล้วจุดไฟในรถปล่อยรถไหลลงเนินหุบเขาชนต้นไม้จนล้มกันชนหลุดไฟหน้าแตก ระยะตกลงไปประมาณ 50 เมตรที่เชิงเขาพบซากรถกระบะยี่ห้ออีซูซุดีแม็กค์แบบแคปจอดอยู่ค้างต้นไม้สภาพไฟไหม้วอดทั้งคันไม่ติดป้ายทะเบียน ตรวจสอบห่างออกไป 30 เมตร พบแผ่นป้ายทะเบียนตกอยู่ในสภาพถูกพับงอ ดูภายนอกมีเลข ป้ายทะเบียนกทม.จึงเก็บไว้ตรวจสอบลายนิ้วมือ

ชต่อมาได้มี นายวีระชัย ศิวชาติ อายุ 36 ปี หุ้นส่วนผู้จัดการฯ "จรัญรุ่งเรืองกิจ หมอจัดให้" พร้อมทีมงานเดินทางมาดูรถกระบะคันที่ถูกไฟไหม้ยืนยันว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมไปเมื่อช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 21 มิ.ย.68 ได้แจ้งความไว้แล้วที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี โดยรถคันที่หายไป กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา แบบแคป ล้อแม็กซ์สีดำ ทะเบียน กทม.แล้วขับหลบหนีไป

นายวีระชัย (สงวนนามสกุล) แจ้งว่าสำหรับรถกระบะ d-max คันที่ถูกเผานั้นมีมูลค่าเกือบ 500,000 บาท เพิ่งซื้อเข้ามาเตรียมจะขายแต่ได้มาถูกโจรกรรมไปเสียก่อน

จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นบุคคลภายในเต้นท์ร่วมกันโจรกรรมรถครั้งนี้ ก็จะนำพนักงานทั้งหมดมาสอบสวน ส่วนสาเหตุที่นำมาเผาทิ้งคาดว่าทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหว ไม่สามารถปล่อยรถได้ จึงนำรถมาเผาอำพราง โดยป้ายทะเบียนที่พบกับใกล้จุดที่เกิดเหตุเป็นแผ่นป้ายทะเบียนของรถอีกคันหนึ่งของเต้นท์ที่ได้ขายไปแล้ว ส่วนป้ายทะเบียนของจริงที่ติดมากับรถคันที่เผานั้นยังไม่พบคาดจะได้ตัวคนร้ายอีกไม่นาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...