โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“เอทานอล-ไบโอดีเซล” โอกาสพลังงานไทย ในวิกฤตสงครามอิสราเอล-อิหร่าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 11.26 น.

ขณะที่สงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้นทำให้ประเทศไทยซึ่งต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศกว่า 80% ของความต้องการใช้ในประเทศได้รับผลกระทบโดยตรง

ต่อประเด็นดังกล่าว นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าของฉายา "มิสเตอร์เอทานอล"ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ได้โพสต์เฟซบุ๊ก (17 มิ.ย. 68) เรื่อง

“จากสงครามอิสราเอล-อิหร่านสู่วิกฤตน้ำมัน : เอทานอล-ไบโอดีเซลคือโอกาสในวิกฤติของไทย”

โดยข้อความระบุการเกิดสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน และทวีความรุนแรงมากขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและการขนส่งของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวจากภูมิภาคตะวันออกกลางและอ่าวเปอร์เซียทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะเมื่อมีการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดในโลกของอิหร่าน-กาตาร์

ยิ่งกว่านั้น สถานการณ์จะเลวร้ายมากขึ้น หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเพราะปริมาณน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลกหรือ 18-19 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต้องผ่านช่องแคบนี้คาดว่าราคาของน้ำมันดิบจะพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ในขณะเดียวกัน ราคา LNG อาจเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 35% จากระดับปัจจุบัน และอัตราค่าขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันจะได้รับผลกระทบอย่างมาก ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

ในขณะที่ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศกว่า 80% เฉลี่ยอยู่ที่ 1,024,096 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ากว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี โดยมีการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอลล์เฉลี่ยอยู่ที่ 31.65 ล้านลิตรต่อวันใช้น้ำมันดีเซล 68.76 ล้านลิตรต่อวันย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจทั้งในแง่ของต้นทุนการผลิต การขนส่งและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น

ทั้งนี้เป็นที่น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ(Biofuel)เช่น เอทานอลและไบโอดีเซลมากว่า 20 ปี ตามพระวิสัยทัศน์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายใต้แนวทางยุทธศาสตร์การยืนบนขาตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2543 จนเข้มแข็งอยู่ในระะดับท็อปเทนของโลกมีกำลังการผลิตทดแทนการนำเข้าน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า 10%

แต่ขณะนี้กำลังจะล่มสลายจากนโยบายภาครัฐที่ปรับลดสัดส่วนการใช้เอทานอลและไบโอดีเซลในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา

การที่ประเทศไทยมีการส่งเสริมการใช้เอทานอล(Ethanol), เอทานอลGen2 ,น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับเครื่องบิน (SAF: Sustainable Aviation Fuel) และไบโอดีเซล(Biodiesel)ไม่เพียงแต่เป็นการตอบสนองต่อปัญหาราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานช่วยลดคาร์บอนและเสริมสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตรในภูมิภาคและต่อยอดด้วยอุตสาหกรรมไบโอรีไฟนารี่(Biorefinery) ครบวงจรทำให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดไป

ดังนั้นยังไม่สายเกินไปที่รัฐบาลจะทบททวนนโยบายเสียใหม่เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสกลับมาสนับสนุนการผลิตและการใช้เอทานอล E20 และไบโอดีเซล B10 เป็นพลังงานทางเลือกและน้ำมันเชื้อเพลิงพื้นฐานทดแทนการนำเข้าและลดผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันครั้งนี้และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...