โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘กระเพาะทะลุ’ สัญญาณอันตรายถึงชีวิต

เดลินิวส์

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 17.27 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 23.30 น. • เดลินิวส์
หากคุณมีอาการ “ปวดท้องรุนแรง จุกแน่นแบบไม่เคยเป็นมาก่อน” อาจไม่ใช่แค่โรคกระเพาะธรรมดา เพราะอาการแบบนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “กระเพาะทะลุ” ภาวะที่อันตรายถึงชีวิตหากไม่รีบได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หลายคนอาจคิดว่าแค่ปวดท้องคงไม่น่ากังวล แต่เมื่อเกิดกระเพาะทะลุขึ้นจริง ๆ จะส่งผลกระทบรุนแรงทั้งระบบทางเดินอาหารและอวัยวะภายในช่องท้อง การรู้ทันอาการ รู้สาเหตุ และการป้องกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

วันนี้ “เดลินิวส์” ได้นำทบความจากเพจรามาแชนแนล โดย ผศ. นพ.พงศศิษฎ์ สิงหทัศน์ สาขาวิชาศัลยศาสตร์อุบัติเหตุและเวชบำบัดวิกฤตศัลยกรรม ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึง “กระเพาะทะลุ” หรือที่เรียกว่า gastric perforation คือภาวะที่ผนังของกระเพาะอาหาร ทำให้กรดในกระเพาะอาหาร เศษอาหาร และเชื้อแบคทีเรียรั่วไหลเข้าสู่โพรงช่องท้อง ภาวะนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากอาจนำไปสู่การติดเชื้อในช่องท้องและกระแสเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุของกระเพาะทะลุส่วนใหญ่เกิดจากภาวะแผลในกระเพาะอาหารเรื้อรังที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม จนลุกลามลึกลงไปจนทะลุผนัง โดยสาเหตุหลัก ๆ ได้แก่

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori (H. pylori) เป็นสาเหตุหลักของแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
  • การใช้ยากลุ่ม NSAIDs เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มไอบูโพรเฟน หรือแอสไพริน เป็นเวลานาน
  • พฤติกรรมการบริโภค การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือกินอาหารรสจัด เป็นปัจจัยเสริมให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอ่อนแอ
  • ความเครียดเรื้อรัง มีผลต่อระบบทางเดินอาหารและการหลั่งกรด
  • อุบัติเหตุหรือบาดเจ็บรุนแรง เช่น การเจาะทะลุจากอุปกรณ์ทางการแพทย์หรืออุบัติเหตุเฉียบพลัน

อาการของกระเพาะทะลุ จะมาอย่าง “รวดเร็วและรุนแรง” โดยสัญญาณเตือนที่ควรระวัง ได้แก่

  • ปวดท้องเฉียบพลันและรุนแรง มักเริ่มที่บริเวณใต้ลิ้นปี่หรือกลางท้อง อาการปวดจะเกิดขึ้นทันทีและรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ท้องแข็งและบวม หน้าท้องจะแข็งตึงและบวมผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสหรือกดลงไป
  • คลื่นไส้และอาเจียน ผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมกับอาการปวดท้อง
  • ไข้และหนาวสั่น มีไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลีย ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในช่องท้อง
  • ชีพจรเต้นเร็วและหายใจหอบเหนื่อย หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบเหนื่อย อาจเป็นสัญญาณของภาวะช็อกจากการติดเชื้อ
  • อุจจาระ หรือผายลมน้อยลง การทำงานของระบบทางเดินอาหารอาจลดลง ส่งผลให้มีการขับถ่ายน้อยลง

หากมีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากการรักษาที่ล่าช้าอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เยื่อบุช่องท้องอักเสบ หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีป้องกันกระเพาะทะลุ แม้กระเพาะทะลุจะดูน่ากลัว แต่สามารถป้องกันได้ด้วยวิธีเหล่านี้

1. หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs โดยไม่จำเป็น

การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือยาสเตียรอยด์ เป็นเวลานานสามารถทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลและกระเพาะทะลุได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเหล่านี้ และหากจำเป็นต้องใช้ ควรใช้ในขนาดและระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ

2. งดการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำสามารถทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและกระเพาะทะลุได้ การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะดังกล่าว

3. รักษาแผลในกระเพาะอาหารอย่างจริงจัง

หากมีอาการของแผลในกระเพาะอาหาร เช่น ปวดท้อง แสบท้อง หรือจุกแน่น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม การรักษาแผลในกระเพาะอาหารอย่างต่อเนื่องและจริงจังสามารถป้องกันไม่ให้แผลลุกลามจนเกิดกระเพาะทะลุได้

4. จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม

ความเครียดสามารถกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดแผลและกระเพาะทะลุ การจัดการความเครียดด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การออกกำลังกาย นั่งสมาธิ หรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะดังกล่าว

5. กินอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายเคืองกระเพาะ

การกินอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้เป็นปกติ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือมันมาก ซึ่งอาจระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหาร

6. หลีกเลี่ยงการกลืนวัตถุแปลกปลอม

การกลืนวัตถุแปลกปลอม เช่น ของมีคมหรือสารกัดกร่อน สามารถทำลายผนังกระเพาะอาหารและทำให้เกิดการทะลุได้ ควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการกลืนวัตถุที่อาจเป็นอันตราย

ภาวะแทรกซ้อนของกระเพาะทะลุ

  • ภาวะเลือดออก
  • ภาวะติดเชื้อแบคทีเรียในช่องท้อง
  • เกิดฝีในช่องท้อง
  • ติดเชื้อในกระแสเลือด

การรักษากระเพาะทะลุ มีแนวทางหลัก ๆ ดังนี้

การผ่าตัด เป็นการรักษาหลัก เพื่อไปซ่อมรูที่ทะลุ การผ่าตัดมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของแผล รวมถึงสภาพร่างกายของผู้ป่วย การผ่าตัดควรดำเนินการภายใน 8 ชั่วโมงหลังจากวินิจฉัยเพื่อเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัว การรักษาโดยไม่ผ่าตัดจะเลือกทำเป็นรายๆไป

การรักษาแผลในกระเพาะอาหาร หากกระเพาะทะลุเกิดจากแผลในกระเพาะอาหาร การรักษาแผลเป็นสิ่งสำคัญ แพทย์อาจสั่งยาลดกรดในกระเพาะอาหาร เช่น ยากลุ่มโปรตอนปั๊มอินฮิบิเตอร์ (PPI) รวมถึงในกรณีติดเชื้อ helicobacter pylori ต้องให้ยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย helicobacter pylori ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของแผลในกระเพาะอาหารด้วย

การรักษาเยื่อบุช่องท้องอักเสบ เมื่อกระเพาะทะลุ อาจทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุช่องท้อง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง การรักษาประกอบด้วยการให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำเพื่อควบคุมการติดเชื้อ และการดูแลรักษาอื่น ๆ ตามอาการของผู้ป่วย

กระเพาะทะลุ เป็นภาวะอันตรายที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากไม่รีบรักษา อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม หากเราเรียนรู้ที่จะสังเกตอาการเบื้องต้น รู้จักป้องกัน และไม่ละเลยสัญญาณจากร่างกาย ก็สามารถหลีกเลี่ยงภาวะนี้ได้ หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดท้องเฉียบพลันที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่านิ่งนอนใจ รีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัยของชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...