โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลท. แย้มแผนกระดานหุ้นใหม่ชัดเจนใน 3-4 เดือน-เล็งดึงเงิน CMDF จัดตั้งกองทุน Matching Fund

efinanceThai

เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 09.23 น.

ตลท. แย้มแผนกระดานหุ้นใหม่ชัดเจนใน 3-4 เดือน-เล็งดึงเงิน CMDF จัดตั้งกองทุน Matching Fund

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 68 16:23 น.

ตลท. แย้มแผนตั้งกระดานหุ้นใหม่มีความชัดเจนภายใน 3-4 เดือน หลังอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางจากตลาดต่างประเทศ มุ่งเน้นคุณภาพบจ. มากกว่าปริมาณ พร้อมเล็งดึงเงิน CMDF จัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนหรือ Matching Fund เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุน

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และประธานกรรมการ กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการศึกษาจัดตั้งกระดานหุ้นใหม่คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในช่วง 3- 4 เดือนข้างหน้า โดยปัจจุบัน ตลท.อยู่ระหว่างการศึกษาตัวอย่างรูปแบบจากต่างประเทศ เช่น ตลาดหลักทรัพย์จีน ,มุมไบ,นิวยอร์ก และประเทศอื่นๆ

"ผมได้มอบหมายให้ ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและโครงการกลยุทธ์ ศึกษารายละเอียดว่าหากดำเนินการจริงจะติดกฎเกณฑ์อะไรบ้าง,ให้ใครซื้อขายได้บ้างและซื้อขายแบบไหน รวมถึงมีข้อดีและข้อเสียอย่างไรเมื่อเทียบกับกระดาน SET โดยอาจต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลต่างๆประกอบไปด้วย"

อย่างไรก็ตามมองว่า ตลท.ไม่ได้ต้องการจำนวนบริษัท แต่ต้องการคุณภาพของบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียน จึงจำเป็นต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบบริษัทที่จะเข้ามาจดทะเบียน เพื่อไม่ให้นักลงทุนอาจจะถูกหลอกหรือว่าขาดทุนกันหมด ดังนั้นต้องเอาบริษัทที่มีศักยภาพ เช่น ธุรกิจผลิตยา-อุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ขณะนี้มีมากพอสมควร และตลาดทุนจะช่วยทำให้ธุรกิจเติบโตได้รวดเร็วขึ้น หากรอให้บริษัทเหล่านี้ค่อยเติบโตเองจะช้า โดยกองทุน CMDF อาจมีส่วนช่วยในด้านการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน (Matching Fund) เพื่อมาลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนทั่วไปที่อาจไม่รู้จักธุรกิจ Startup เหล่านี้

นอกจากนี้ ตลท.ยังอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อกำหนดเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ในการให้สิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) และกลุ่มดูแลสุขภาพ (Healthcare) รวมถึงธุรกิจ Startup เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นข้อกฎหมายในกรณีที่เข้ามาจดทะเบียนแล้วจะยังมีอำนาจควบคุมอยู่หรือไม่ ซึ่งอาจต้องมีการเสนอแก้ไขกฎหมายหลักทรัพย์ฯเรื่อง Dual transactions และทำความเข้าใจกับรัฐบาลถึงข้อดีที่เกิดขึ้น

"เรื่องธุรกิจ Startup จะมีการเปิดตลาดใหม่หรือสร้างตลาดใหม่ รวมถึงอาจมีการยกเลิกเงื่อนไขต่างๆ อาทิ เกณฑ์ต้องมีกำไรติดต่อกัน 3 ปี,ระบุให้อยูใน LiVE PLATFORM หรือเปิดตลาด New Economy ใหม่ เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้กำลังศึกษากันอยู่ โดยผลการศึกษาต้องดูว่าจะแก้อะไรบ้างและจะต้องพูดคุยกับทั้ง ก.ล.ต.และกระทรวงการคลังก่อน แต่เราก็อาจจะทำให้เร็วที่สุด เพราะว่าเวลาตกลงจะทำจริงๆอาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี" นายกิติพงศ์ กล่าว

นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการ กองทุนส่ CMDF กล่าวว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 63 - 67) กองทุน CMDF ได้อนุมัติทุนสนับสนุนโครงการรวม 153 โครงการ หรือคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,928 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีโครงการดำเนินการแล้วเสร็จ 83 โครงการ ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบนิเวศของตลาดทุนในด้านต่างๆและสอดล้องกับกับพันธกิจของ CMDF ขณะที่ปัจจุบัน CMDF มีเงินกองทุนรวมทั้งหมด 5,800-5,900 ล้านบาท จากเงินทุนก้อนแรกที่รับโอนมาจาก ตลท. ประมาณ 5,700 ล้านบาทและเงินนำส่งสัดส่วน 90% จากกำไรสุทธิของ ตลท.ต่อปี

ทั้งนี้นอกจากการศึกษาแนวทางการจัดทำนโยบายบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) แล้ว ในปี 67 สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน (CMR) ภายได้ CMDF ยังได้สนับสนุนงานวิจัยอื่นที่หลากหลาย อาทิ แนวทางการบริหารเงินที่ได้จากองทนสำรองเลี้ยงชีพหลังเกษียณอายุ การศึกษาเพื่อป้องกันปัญหาการฉ้อโกงในตลาดทุนและแนวทางการปกป้องนักลงทุน แนวทางการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย เป็นต้น

ด้านการพัฒนานักวิจัย มีโครงการสนับสนุนนักวิจัยรุ่นไหมให้สนใจทำงางานด้านตลาดทุนเพิ่มขึ้น (Researcher Pool) โดย CMDF ร่วมมือกับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาศาสตร์ วิจัย และนวัดกรรม (อว.) สนับสุนทุนวิจัยในรูปแบบ Matching Fund ให้แก่นักวิจัยรุ่นใหม่ด้านตลาดทุนที่เป็นบุคลากรสถาบันอุดมศึกษาภายใต้สังกัดของกระทรวง อว.

โดยผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา CMDF ได้ส่งเสริมการพัฒนาองค์กรกว่า 3,500 องค์กร พัฒนาบุคลากรในตลาดทุนรวมกว่า 15,000 คน ส่งเสริมการศึกษาสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมทั้งที่เป็น Global และ Local Certificate รวมกว่า 940 ราย เผยแพร่และสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนผ่านสื่ออออนไลน์มียอดเข้าถึงกว่า 80 ล้านครั้ง รวมถึงการเผยแพร่งานวิจัยผ่านเว็บไซต์ CMRI รวมกว่า 50 บทความ ยอดเข้าชมมากกว่า 17,300 ครั้ง เผยแพร่งานวิจัยผ่านหน่วยงานต่างๆมากกว่า 600 เล่ม ให้แก่ 30 หน่วยงาน

รายงาน โดย ปริวัฒน์ หินพลอย เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...