โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไทยประท้วงเดือด-เขมรตุกติก ลอบถล่มอีกหลังผู้นำจับมือหยุดยิง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 00.11 น.
Malaysia's Prime Minister Anwar Ibrahim, center, speaks during a press conference next to Cambodia's Prime Minister Hun Manet left and Thailand's acting Prime Minister Phumtham Wechayachai after talks on a possible ceasefire between Thailand and Cambodia in Putrajaya, Malaysia, Monday, July 28, 2025. (Mohd Rasfan/Pool Photo via AP)

โวยกัมพูชาเล่นไม่เลิก หลัง “ภูมิธรรม-ฮุน มาเนต” เปิดโต๊ะเจรจาที่มาเลเซีย ตกลงหยุดยิงชั่วคราว แต่คล้อยหลังไม่กี่ชั่วโมงกัมพูชาถล่มอีก ไทยทำหนังสือประท้วงถึง ปธ.อาเซียน ตัวแทนสหรัฐ-จีน เจ้าภาพและพยานร่วมในการเจรจาทันที ย้ำไทยจริงใจยุติการปะทะ แต่ต้องตอบโต้กลับเพราะโดนกระทำก่อน สพฐ.เผยนับจากเกิดเหตุรุนแรงมีนักเรียนเสียชีวิตแล้ว 5 ราย

กัมพูชาละเมิดหยุดยิง

ความคืบหน้าสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ และพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการดำเนินการของรัฐบาลต่อความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

นายภูมิธรรมกล่าวว่า รัฐบาลไทยมีความจริงใจ และใช้ความพยายามอย่างยิ่งที่จะยุติสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาโดยเร็วที่สุด การเจรจาจนมีข้อตกลงหยุดยิงของทั้ง 2 ฝ่าย โดยยึดถือผลประโยชน์ของประชาชน และยึดถืออำนาจอธิปไตยของประเทศเป็นสำคัญ รัฐบาลไทยเคารพต่อผลการหารือที่เมืองปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย และปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อหยุดยิงตามที่ได้แถลงร่วมกัน

ประท้วงถึง ปธ.อาเซียน-สหรัฐ

แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ากองกำลังกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยใช้อาวุธยิงกำลังฝ่ายไทยในหลายพื้นที่ ทำให้ทหารฝ่ายไทยต้องตอบโต้อย่างเด็ดขาด และเหมาะสม เพื่อปกป้องอธิปไตยและชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้ประท้วงไปยังประธานอาเซียน สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นสักขีพยานในการเจรจา เพื่อให้ได้รับทราบว่าการละเมิดข้อตกลงนี้เป็นเหตุจากการไม่ซื่อตรง และไม่จริงใจของกัมพูชาอย่างชัดเจน

สถานการณ์ในขณะนี้ รัฐบาลมอบหมายให้ทุกเหล่าทัพตรึงกำลัง เพื่อรักษาอธิปไตย และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ยินยอมให้อธิปไตยไทยถูกล่วงล้ำไม่ว่ากรณีใด ๆ อย่างไรก็ตาม แม่ทัพภาคของทั้ง 2 ประเทศ ได้หารือแนวทางในการคลี่คลายปัญหา

สุดท้ายนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อเกมข่าวลวง หรือเกมการเมืองของกัมพูชา เพื่อสร้างความแตกแยกภายในประเทศจากฝ่ายตรงข้าม ทีมประเทศไทยขอยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชน

เปิดโต๊ะเจรจาหยุดยิงหมาด ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา นายภูมิธรรมได้เข้าร่วมการประชุมพิเศษกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และคณะฝ่ายกัมพูชา จัดโดยนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เมืองปุตราจายา มาเลเซีย โดยมีเอกอัครราชทูตจีนและสหรัฐอเมริกาประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์เข้าร่วมด้วย

ผลการประชุมที่สำคัญ ได้แก่ 1.ให้มีการหยุดยิงโดยทันที แบบไม่มีเงื่อนไข โดยมีผลบังคับตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ตามเวลาท้องถิ่นของไทยและกัมพูชา 2.เห็นพ้องให้มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างแม่ทัพภาคที่ 1 และ 2 ของไทย กับผู้บัญชาการภูมิภาคที่ 4 และ 5 ของกัมพูชา ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.00 น. ตามด้วยการประชุมของผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร นำโดยมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน หากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน

นัดประชุม กก.ชายแดน 4 ส.ค.

3.เห็นพ้องให้มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 โดยมีกัมพูชาเป็นเจ้าภาพการประชุม 4.มาเลเซียจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและสังเกตการณ์การหยุดยิง และปรึกษาหารือร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเข้าร่วมการสังเกตการณ์ดังกล่าว และ 5.ขอให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้ง 2 ฝ่ายกลับมาหารือ เพื่อให้มีช่องทางประสานงานกันโดยตรงอีกครั้ง

“ทรัมป์” ใช้ภาษีกดดันยุติศึก

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันโดยตรง เตือนว่าสหรัฐอาจไม่ทำข้อตกลงการค้ากับทั้งสองประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีแบบต่างตอบโต้เท่ากันในอัตรา 36% หากทั้งสองประเทศยังคงสู้รบกันอยู่ ต่อมาหลังการหยุดยิงของไทยกับกัมพูชา ผู้นำสหรัฐสั่งคณะเจรจาการค้าเริ่มต้นเจรจากับทั้งสองประเทศอีกครั้ง ซึ่งมีกำหนดเส้นตายก่อนวันที่ 1 สิงหาคม

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศไทยยอมรับว่าการหารือของไทยกับกัมพูชาทำผ่านสหรัฐเกิดขึ้นได้ เนื่องจากมีเรื่องภาษีแบบต่างตอบโต้เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้มีความพยายามเจรจากันมากขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้ไทยไม่ต้องการให้ประเทศที่สามเข้ามาไกล่เกลี่ย หลังจากที่ได้มีจีน มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนประสานจะเข้ามาช่วย

ไทยประท้วงกัมพูชาละเมิด

ด้านนายมาริษส่งหนังสือประท้วงกรณีกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงไปยังพยานจาก 3 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซียในฐานะประธานจัดการประชุม และพยานในการเจรจา รวมถึงได้ส่งหนังสือถึงมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ และหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน ในฐานะพยานร่วมในการเจรจาให้ได้รู้ถึงการละเมิดข้อตกลงด้วย ซึ่งในหนังสือประท้วงระบุถึงหลักฐานที่แสดงว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ย้ำกองทัพปกป้องอธิปไตย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าวันนี้สถานการณ์ไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด ตั้งแต่ 24.00 น. ที่ผ่านมา รัฐบาลได้รับรายงานว่ายังมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในพื้นที่หลายจุด ส่วนที่ยังมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง รัฐบาลไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ย้ำให้กองทัพปกป้องอธิปไตย และปกป้องบูรณภาพแผ่นดินไทยอย่างเต็มที่ โดยยังคงตรึงกำลังไว้ก่อน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ซึ่งถือเป็นการรักษาอธิปไตยของประเทศไทย และดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนต่าง ๆ

ต้องยึดพื้นที่-เจรจาง่ายขึ้น

พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ที่ปฏิบัติการอยู่ตามแนวชายแดนจะสามารถที่จะยึดพื้นที่ของไทยได้ ซึ่งหากไทยยึดพื้นที่ก็ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบในการพูดคุยเจรจาตกลงทำให้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นการจะยึดภูมะเขือ หรือยึดปราสาทตาควายกลับคืนมา ถือเป็นความจำเป็น เพราะเป็นจุดสูงข่ม เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการปฏิบัติการทางทหาร

การตอบโต้ไปมาย่อมมีการสูญเสีย แต่กองทัพไทยมีนโยบายแน่ชัดว่าจะไม่ดำเนินการกับพลเรือนของฝ่ายกัมพูชา ไม่เหมือนกับกัมพูชาที่ยิงโดยมีเป้าหมายซ่อนเร้น ทำให้ประชาชนคนไทยได้รับผลกระทบ พร้อมยังชื่นชมการทำหน้าที่ของทหารแนวหน้าที่ได้เสียสละมาตั้งแต่ต้น

สพฐ.เผยมี นร.เสียชีวิต 5 ราย

ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าที่ประชุมได้หารือถึงสถานการณ์การสู้รบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี โดย สพฐ.ได้รับรายงานจากเขตพื้นที่พบว่ามีนักเรียนบาดเจ็บจำนวน 3 ราย และเสียชีวิต 5 รายจากสถานการณ์ดังกล่าว

นอกจากนี้ กำชับไปยังเขตพื้นที่และโรงเรียนพื้นที่ชายแดนว่า สพฐ.ไม่มีคำสั่งหรือนโยบายให้ครูเฝ้าโรงเรียน เพื่อรักษาความปลอดภัยโรงเรียน ซึ่งจะกลับเข้าพื้นที่ได้จะต้องรอคำสั่งจากฝ่ายความมั่นคงประสานอย่างเป็นทางการเท่านั้น รวมถึง สพฐ.จะประสานหน่วยสุขภาพจิตในพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนและครู เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ด้วย

ขณะเดียวกัน สพฐ.ขอชื่นชมและยกย่องนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา จ.ศรีสะเกษ ที่เสียสละช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนที่บาดเจ็บบริเวณร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ปตท. จนกลายเป็นที่โด่งดังในโลกออนไลน์ สำหรับการดูแลช่วยเหลือนักเรียนและครูที่อพยพอยู่ที่ศูนย์พักพิงตามที่ต่าง ๆ นั้น สพฐ.ได้จัดส่งทีมผู้บริหาร สพฐ.จากส่วนกลางลงพื้นที่ เพื่อดูแลช่วยเหลือ รวมถึงการจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคดูแลอำนวยความสะดวก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยประท้วงเดือด-เขมรตุกติก ลอบถล่มอีกหลังผู้นำจับมือหยุดยิง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...