โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ยกระดับอุตฯไทยด้วยAI

ไทยโพสต์

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 19.24 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 17.01 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูงด้าน AI จึงเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โครงการ aFTi (โครงการพัฒนากำลังคนทักษะสูงด้านปัญญาประดิษฐ์ในผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านอุตสาหกรรม) จึงถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมืออันแข็งแกร่งของ 4 องค์กรชั้นนำ

ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.), สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AIEI) โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (PSU) และบริษัท อเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AWS ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

หนึ่งในความท้าทายหลักของการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมคือ การขาดความเชื่อมโยงระหว่างผู้พัฒนาเครื่องมือ AI และผู้ใช้งานในภาคอุตสาหกรรม โครงการ aFTi ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ ดังที่ วรรณรัช สันติอมรทัต รองผู้อำนวยการAIEI และหัวหน้าโครงการได้กล่าวเน้นย้ำถึงวัตถุประสงค์ในการนำพาผู้พัฒนา AI มาพบกับความต้องการที่แท้จริงของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ AI โซลูชันที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมให้มีความรู้ความเข้าใจในศักยภาพและประโยชน์ของ AI ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ความต้องการในปัจจุบันที่ธุรกิจต่างมองหาแนวทางในการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่ม

โครงการ aFTi โดดเด่นด้วยรูปแบบการพัฒนาบุคลากรที่ผสมผสานทั้งด้านวิชาการและภาคปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายในการปูพื้นฐานความรู้ด้าน AI ให้กับทั้งผู้พัฒนาและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการเรียนรู้แบบลงมือทำจริงในพื้นที่ (In-situ Development) ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของโครงการ ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง AWS ยิ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับบุคลากร AI ของไทย โดย AWS พร้อมสนับสนุนทั้งความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการลงมือปฏิบัติจริง

ซึ่งจะช่วยยกระดับ AI Ecosystem ของประเทศไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น การพัฒนาในรูปแบบนี้ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน AI ในปัจจุบันที่ต้องการบุคลากรที่มีทั้งความรู้เชิงทฤษฎีและทักษะการปฏิบัติจริง เพื่อให้สามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Digital & AI ที่เข้ามามีบทบาทในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ อุตสาหกรรม และชีวิตประจำวันอย่างไม่เคยมีมาก่อน ด้วยเหตุนี้ ส.อ.ท.จึงได้กำหนดกลยุทธ์สำคัญ “4 GO” ได้แก่ Go Digital & AI, Go Innovation, Go Global, Go Green โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “Go Digital & AI” ที่เป็นหัวใจหลักในการผลักดันผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการ aFTi จึงเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่สอดคล้องกับนโยบายนี้ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการสร้างบุคลากรที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ Digital & AI อย่างเต็มรูปแบบ

ด้าน สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว.ได้ย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ในการยกระดับกำลังคนทักษะสูงด้าน AI เพื่อให้สามารถสร้าง AI Solutions/Products ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ รวมถึงการช่วยให้ 47 กลุ่มอุตสาหกรรมของไทยสามารถเข้าถึงและใช้งาน AI Solutions เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

โครงการ aFTi ไม่เพียงแต่เป็นโครงการพัฒนาบุคลากรเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยมีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะปรับตัวเข้ากับยุค AI โดยการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว.

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...