จับตาส่งออกไทย! เมื่อช่วงเวลาชะลอตัวลงกำลังจะเกิดขึ้น!!
The Bangkok Insight
อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 00.36 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 00.22 น. • The Bangkok Insightจับตาส่งออกไทย! ยอดส่งออกไทยเติบโตต่อเนื่อง เฉพาะเดือนเมษายนขยายตัว 10.2% แต่ช่วงเวลาชะลอตัวลงกำลังจะเกิดขึ้น!!
KSecurities เผยยอดส่งออกของไทยเดือนเมษายน 2568 เติบโตต่อเนื่อง แต่ชะลอตัวลง ยอดส่งออกของไทยเดือนเมษายน 2568 อยู่ที่ 2.563 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10.2% YoY แต่ลดลง 13.3% MoM ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 12.2% YoY โดยยอดส่งออกชะลอตัวลงจากที่ขยายตัว 17.8% YoY ในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ หากไม่รวมทองคำ สินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน และอาวุธ ยอดส่งออกจะขยายตัว 7.1% YoY ชะลอตัวลงจาก 15% ในเดือนก่อนหน้า แม้ว่ายอดส่งออกเดือนเมษายนจะชะลอตัวลง แต่ในเชิง QTD แข็งแกร่ง โดยขยายตัวเป็น 14% YoY
ภาคการผลิตยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของการส่งออก ยอดส่งออกผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเติบโต 16.6% YoY ในเดือนเมษายน 2568 คิดเป็น 79% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากผลงานที่แข็งแกร่งของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (+34% YoY) โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ซึ่งเพิ่มขึ้น 75% YoY รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า (+8.7% YoY) ทองคำและเครื่องประดับ (+117% YoY) และยางพารา (+15.9% YoY) ในทางกลับกัน ยอดส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรลดลง โดยยอดส่งออกข้าวลดลงอย่างมากที่ 44.1% YoY จากการยกเลิกข้อจำกัดการส่งออกของอินเดียในช่วงปลายปี 2567 การแข็งค่าของเงินบาท และราคาข้าวไทยที่สูงกว่าคู่แข่งสำคัญ โดยเฉพาะเวียดนามและอินเดีย
ขาดดุลกาค้า แต่เกินดุลกับสหรัฐ ยอดนำเข้าของไทยเดือนเมษายน 2568 พุ่งขึ้น 16.1% YoY มาอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโต 7.3% YoY ยอดนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก สาเหตุหลักมาจากความต้องการสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้น (+27.5% YoY) และวัตถุดิบ (+17.4% YoY) ส่งผลให้ดุลการค้าของไทยติดลบ โดยขาดดุล 2.2 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 แต่ไทยยังคงเกินดุลการค้ากับสหรัฐรวมเป็น 3.26 พันล้านดอลลาร์
เราคาดว่ายอดส่งออกไตรมาส 2/2568 จะยังคงแข็งแกร่ง แต่จะชะลอตัวลงในครึ่งหลังของปี 2568 เราคงมุมมองที่เป็นกลางต่อตัวเลขการส่งออก โดยคาดว่า pent-up demand และการกักตุนสินค้าของผู้นำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเลื่อนการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ออกไป 90 วัน (มีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 ก.ค.) จะช่วยสนับสนุนการเติบโตในไตรมาส 2/2568 อย่างไรก็ตาม การเติบโตมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงเหลือ 7-8% จาก 14-15% ในไตรมาส 1/2568
"เราคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 โดยหดตัวรุนแรงที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มในอดีตที่ยอดส่งออกมักจะลดลง -19.3% YoY ภายใน 7 เดือน และมูลค่าจะแตะระดับต่ำสุดหลังจากนั้นประมาณ 9 เดือน เราคงเป้าการส่งออกสำหรับปีนี้ไว้ที่ -0.5%" KSecurities ระบุ
แนวโน้มที่ระมัดระวังสำหรับผู้ส่งออก เราคาดว่าเงินบาทจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง อยู่ในช่วง 32.10-32.50 ต่อดอลลาร์ จากแรงหนุนจากราคาทองคำที่แข็งแกร่ง และดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้นหลังการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือโดย Moody’s ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทนี้มีแนวโน้มที่จะกดดันผลประกอบการของผู้ส่งออกในไตรมาส 2 ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐและประเทศไทย เราจึงมีมุมมองระมัดระวังต่อกลุ่มผู้ส่งออก ได้แก่
- อาหารสัตว์เลี้ยง (AAI, ITC)
- อาหาร (TU, ASIAN)
- เกษตรและสินค้า (STA, TECH, STGT)
- อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, KCE, HANA)
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ส่งออกโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 หนุนภาวะเศรษฐกิจการคลัง เดือนเม.ย.
- ส่งออกเดือน เม.ย. ยังขยายตัวดี แต่สัญญาณชะลอตัวเริ่มชัด จี้เร่งเจรจาภาษีสหรัฐ
- ส่งออกเดือนเมษายน 2568 โตพุ่ง 10.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือนติด
ติดตามเราได้ที่