โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดีอี” เตรียมเผยร่างกฎหมาย AI ฉบับแรกของไทย ย้ำไม่เป็นอุปสรรคการพัฒนาพร้อมชง ครม.เห็นชอบ

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 05.03 น. • เดลินิวส์
ดีอี เตรียมเปิดตัวร่างกฎหมาย AI ฉบับแรกของไทยในงาน The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 ที่ประเทศไทย ร่วมกับ ยูเนสโก เป็นเจ้าภาพ พร้อมเร่งชง ครม.เห็นชอบ ย้ำไม่ใช่กำแพง แต่เป็นช่วยหนุนนวัตกรรม

นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของ “(ร่าง) หลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์” ฉบับแรกของประเทศไทย ว่า ขณะนี้ได้ปิดรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 68 ที่ผ่านมา โดยจะมีการรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้องต่างๆ มาพิจารณา และจะมีการเปิดเผยแนวทางของกฎหมายอย่างเป็นทางการภายในงานในเวทีนานาชาติ The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 ที่ประเทศไทย ร่วมกับ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก ) จะเป็นเจ้าภาพใน ระหว่างวันที่ 24–27 มิ.ย.นี้ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ หลังจากนั้นจะมีการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

“สำหรับเนื้อหาสำคัญของร่างกฎหมายเอไอ ฉบับนี้ จะเน้นไปที่การกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยของระบบ เอไอ การจัดการข้อมูลที่ใช้ในการพัฒนา และการแบ่งระดับความเสี่ยงของระบบ เอไอ โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ที่ถือเป็นข้อมูลที่สำคัญและละเอียดอ่อน ซึ่ง การออกกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้ตั้งใจทำให้กฎหมายนี้เป็นกำแพง หรืออุปสรรคในการใช้งนและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ แต่ต้องการให้คนไทยทำงานด้าน เอไอ ได้มากขึ้น ไม่ใช่ถูกบีบออกจากระบบ กฎหมายนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองข้อมูลและการส่งเสริมนวัตกรรม ไม่ได้เป็นการออกกฎหมายเพื่อปิดกั้นการลงทุนในเรื่องเทคโนโลยีเอไอ”

นายวิศิษฏ์ กล่าวต่อว่า ในระยะเริ่มต้น ภาครัฐได้เริ่มใช้เทคโนโลยีเอไอ ในกระทรวงดีอี พบว่าประสิทธิภาพของการใช้ เอไอช่วยตรวจจับและจัดการเว็บไซต์ผิดกฎหมายดีขึ้นอย่างชัดเจน จากเดิมที่ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทำงานปิดเว็บได้ประมาณ 3,000 เว็บไซต์ต่อสัปดาห์ แต่ปัจจุบันเมื่อนำเอไอมาใช้งานแล้วสามารถปิดได้ถึง 3,000 เว็บไซต์ต่อวัน สามารถช่วยลดระยะเวลาการใช้คนทำงานได้ถึง 7 เท่า ซึ่งสะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบราชการไทย ภาครัฐจึงต้องการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนว่า เทคโนโลยีเอไอไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่การจะเดินหน้าใช้งานให้ปลอดภัย ต้องมีมาตรฐานกลาง และต้องไม่ให้ต้นทุนทางกฎหมายกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...