โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สุดทน! ปัญหาท่าเรือแหลมฉบังแออัด 10 ปีมีแต่ยิ่งสาหัส ติดที 20 ชม.ทำต้นทุนพุ่ง 2 หมื่นล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 18.15 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.00 น. • เดลินิวส์
ผู้ส่งออกสุดทนปัญหารถติดหนักท่าเรือแหลมฉบังหนักสุด 20 ชม. แฉทำต้นทุนพุ่ง 2 หมื่นล้าน หวั่นถูกผลักภาระค่าใช้จ่ายผู้บริโภค ชี้ปัญหาใหญ่เป็น 10 ปียังแก้ไม่ได้ จี้รัฐแก้ด่วน เปิดทำงาน 24 ชม. 7 วัน

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ปัญหาความแออัดในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง กำลังสร้างความเสียหายมูลค่าทางเศรษฐกิจใหญ่เกินกว่ารัฐบาลจะเพิกเฉยปล่อยให้ภาคเอกชนรับผิดชอบกันเอง เนื่องจากการแก้ปัญหาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เกิดเป็นรูปธรรม บางช่วงเวลารถขนส่งตู้คอนเทเนอร์ใช้เวลาในท่าเรือแหลมฉบังต่อเที่ยวสูงสุดถึง 20 ชั่วโมง ส่งผลให้สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย แจ้งเรียกเก็บค่าจอดรอคอยกรณีรถติดในท่าเรือแหลมฉบัง เพิ่มจากค่าขนส่งปกติอีกเที่ยวละ 3,000-5,000 บาท กรณีจอดรอคอยเกินกว่า 3 ชั่วโมงต่อครั้งต่อเที่ยว เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 68

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาปริมาณตู้คอนเทเนอร์บรรจุสินค้าหนัก และตู้คอนเทเนอร์เปล่า ซึ่งขนถ่ายผ่านท่าเรือแหลมฉบังในปี 67 จำนวน 9.55 ล้านทีอียู อาจก่อให้เกิดภาระต้นทุนเพิ่มเติมแก่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าระหว่าง 12,000-20,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลมาก เนื่องจากไม่เพียงแต่จะทำให้สินค้าส่งออกของไทยแข่งขันด้านราคาได้ยากยิ่งขึ้น แต่จะส่งผลให้ประชาชนไทย ในฐานะผู้บริโภคต้องรับภาระค่าขนส่งผ่านราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นสูงขึ้นจากต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบทางอ้อมที่เกิดจากปัญหามลพิษฝุ่นควัน (พีเอ็ม 2.5) จากการปล่อยของเสียรถบรรทุกที่จอดคอยในท่าเรือเป็นระยะเวลานาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่เป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการขอเสนอให้เร่งดำเนินการ 4 ด้าน คือ ด้านการขับเคลื่อนระดับนโยบาย เช่น จัดตั้ง คณะกรรมการระดับนโยบาย เร่งจัดทำมาสเตอร์ แพลน ปรับปรุงอัตราค่าภาระท่าเรือ เพื่อลดต้นทุนผู้ใช้บริการท่าเรือ, ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เร่งพัฒนาลานวางตู้กลาง เพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางและทางน้ำเข้าออกท่าเรือ ขุดลอกร่องน้ำทางเดินเรือ และแอ่งจอดเรือ เพิ่มการลงทุนในเครื่องมือยกขนตู้สินค้า, ด้านกระบวนการทำงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เร่งรัดให้รถทุกคันต้องจองคิวก่อนเข้าท่าเรือ เร่งรัดพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับทุกระบบการทำงานแบบเรียลไทม์ และด้านกฎหมายและกฎระเบียบ เช่น ให้ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจปล่อยสินค้า ปฏิบัติงานตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง และขอให้ปรับปรุงสัญญาสัมปทานท่าเทียบเรือและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง

“การแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน รัฐบาล และการท่าเรือแห่งประเทศไทย จำเป็นต้องจัดหาพื้นที่ในเขตท่าเรือแหลมฉบังให้ผู้ประกอบการท่าเรือคอนเทเนอร์สามารถเช่าใช้กองเก็บตู้คอนเทเนอร์ได้อย่างเพียงพอ และในอัตราค่าเช่าที่ต่ำที่สุดที่เป็นไปได้ เพื่อลดปัญหาความแออัดในท่าเทียบเรือในทันที พร้อมทั้งเร่งดำเนินมาตรการทั้งระยะสั้น กลาง ยาว ตามข้อเสนอแต่ละด้านอย่างจริงจังต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...