โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ไพ สีพาน’ รัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยันไม่นำ 4 ข้อพิพาทหารือใน JBC เดินหน้าสู่ศาลโลก

The Reporters

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 10.46 น.

วันที่ 13 มิ.ย.68 The Reporters ติดตามการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ครั้งที่ 11 จะมีขึ้นที่โรงแรมโซฟิเทล กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา คณะกรรมาธิการฝ่ายไทย ที่มีนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เป็นประธาน และกรรมการ อีก 16 คน จะเดินทางมาถึงช่วงเย็นวันนี้ ก่อนจะเริ่มประชุมในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 14 มิถุนายน ซึ่งฝ่ายกัมพูชามีนายลาม เจีย รัฐมนตรีกิจการชายแดน เป็นประธานคณะกรรมาธิการ โดยการประชุมจะมีขึ้นเพียง 1 วัน และถือเป็นการประชุมในรอบ 13 ปี ตั้งแต่ครั้งล่าสุด เมื่อปี 2555 ที่กรุงเทพมหานคร

นายไพ สีพาน รัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ พลเอกฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี กัมพูชา ยืนยันว่า จะนำ 4 ข้อพิพาท คือ พื้นที่ช่องบก หรือ สามเหลี่ยมมรกต ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และ ปราสาทตาควาย ยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการเผชิญหน้าทางการทหาร ทางกัมพูชา จึงนำ 4 ข้อพิพาทนี้ให้ศาลโลกพิจารณาเพื่อความยุติธรรม เนื่องจาก 2 ฝ่ายไม่สามารถหาข้อตกลงปักปันเขตแดนร่วมกันได้ ทางกัมพูชา จึงจะไม่นำ 4 ข้อพิพาทนี้เข้าหารือในที่ประชุม JBC ส่วนปัญหาเขตแดนอื่นๆ ยังพูดคุยกันตามข้อตกลง MOU 2543 ได้

"เราเชื่อว่าปัญหาข้อพิพาททั้ง 4 แห่ง ไม่สามารถหาข้อสรุปตามข้อตกลง MOU 2543 ที่จะปักปันเขตแดน เราจึงต้องให้บุคคลที่ 3 ช่วยหาทางออก เพื่อให้เกิดการยอมรับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งที่ผ่านมาการเจรจาผ่าน MOU 2543 เป็นไปอย่างล่าช้า และกรณีล่าสุดมีการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่สงครามได้ จึงต้องหาข้อยุติ เพราะเราทั้ง 2 ประเทศ เป็นมิตรประเทศที่ดีกันมายาวนาน"

นายไพ สีพาน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พล.อ.ฮุน มาเนต ต้องการให้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องเขตแดนกับไทย ตกลงกันได้ด้วยสันติภาพไม่ใช่การทำสงคราม จึงหวังว่าไทยจะให้ความร่วมมือหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ แม้ไทยจะไม่ยอมรับอำนาจของศาลโลก แต่กัมพูชา ก็ยังเดินหน้ายื่นฟ้องศาลโลก ซึ่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ตั้งคณะกรรมการต่อสู้คดีในศาลโลกแล้ว และไม่อยากให้มองว่ากัมพูชาต้องการชัยชนะ แต่อยากหาแนวทางที่จะให้ทั้งสองประเทศอยู่ร่วมกันอย่างมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน

"เราไม่อยากให้เกิดสงคราม เชื่อว่า ทั้ง 2 ประเทศ มีความศิวิไลซ์ จะยอมรับกฎหมายระหว่างประเทศ และไทยกับกัมพูชา เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ต้องยอมรับ ICJ เพื่อสร้างความปรองดอง ก็อยากให้คุยกันดีกว่าเผชิญหน้ากัน"

รัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ระบบการปกครองของไทยและกัมพูชา ต่างกัน กัมพูชามีเอกภาพระหว่างกองทัพกับรัฐบาล ส่วนของไทยรัฐบาลและกองทัพไม่ได้ไปในแนวทางเดียวกัน จึงมองว่าเป็นปัญหาที่ทำให้นโยบายทั้งสองประเทศยังแตกต่างกัน และทำให้มีสถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดน

"นโยบายของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พล.อ.ฮุน มาเนต ชัดเจนว่า ต้องนำ 4 ข้อพิพาทนี้ไปศาลโลก ส่วนการเจรจาระดับทวิภาคี JBC ก็ยังมีอยู่ แต่คุยกันในประเด็นอื่นๆ ซึ่งมีอีกหลายจุดที่ยังไม่ปักปันเขตแดน แต่กัมพูชามองว่า 4 จุดนี้เป็นปัญหาที่ต้องนำไปสู่ศาลโลก และหวังว่าจะนำไปสู่การหาทางออกร่วมกันได้ และ ICJ เป็นบุคคลที่ 3 ที่เชื่อถือได้ จะได้ยุติข้อขัดแย้งนี้เสียที และในที่สุดหากตกลงกันไม่ได้ผ่าน ICJ ก็หวังว่าองค์การสหประชาชาติหรือ UN จะมาช่วยหาข้อยุติเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย" นายไพ สีพาน กล่าวย้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...