โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นภินทร ประกาศกร้าวกวาดล้างธุรกิจนอมินี ให้หมดภายใน 1 ปี

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 18.58 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 11.58 น. • เดลินิวส์
นภินทร ประกาศกร้าว ล้างบางธุรกิจนอมินีไทย ให้หมดภายใน 1 ปี งัดสารพัดมาตรการไล่จับกุม

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัญหาธุรกิจนอมินีในประเทศไทย ถูกสะสมมาเป็นระยะเวลายาวนาน ถึงเวลาแล้วที่จะต้องแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งรัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาธุรกิจนอมินีที่สร้างผลกระทบต่อธุรกิจไทย ผมจึงได้วางแผนการทำงานโดยตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 0.01% - 49.99% ทั่วประเทศ พบว่ามีนิติบุคคลจำนวน 46,918 ราย

โดยเน้น 6 กลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มสูงว่าจะให้คนไทยถือหุ้นแทน ได้แก่ 1) ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง อาทิ ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก 2) ธุรกิจค้าที่ดินอสังหาริมทรัพย์ 3) ธุรกิจ e-Commerce ขนส่ง และคลังสินค้า 4) ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท 5) ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร (ล้ง) 6) ธุรกิจก่อสร้างทั่วไป เพื่อกำหนดเป้าหมายในการตรวจสอบที่จัดเจน

นอกจากนี้ ตั้งคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเน้นการทำงานแบบลงพื้นที่ด้วยการบูรณาการอำนาจระหว่างหน่วยงาน ซึ่งเมื่อพบการกระทำความผิดตามกรอบอำนาจของหน่วยงานใด จะสามารถดำเนินการสืบสวน สอบสวน จับกุม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ทันที รวมถึงมีการตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน มีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็นรองประธาน รวมด้วยเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด จัดหางานจังหวัด สรรพากรพื้นที่ อุตสาหกรรมจังหวัด ขนส่งจังหวัด ท่องเที่ยวจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด เป็นคณะทำงาน และมีพาณิชย์จังหวัด เป็นเลขานุการ

โดยมีเป้าหมายการทำงาน ได้แก่ ตรวจสอบสถานที่ตั้งสำนักงาน ตรวจสอบประเภทการประกอบธุรกิจ การขออนุญาต
การจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น รวมถึงตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ถือหุ้นและกรรมการ เช่น ความสัมพันธ์ของคนไทยและคนต่างด้าว ความเกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจของคนไทย อำนาจในการลงนามแทนบริษัท สถานะการเงินของหุ้นส่วนบริษัท การเสียภาษี และความรู้ความชำนาญในการประกอบธุรกิจของคนไทย

นายนภินทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำหนดกรอบระยะเวลาการทำงานของแต่ละจังหวัด ตามจำนวนนิติบุคคลเป้าหมาย โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ช่วยกำกับดูแลในอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจังหวัดที่มีนิติบุคคลเป้าหมาย 1 - 35 ราย มีจำนวน 48 จังหวัด ผมได้กำหนดกรอบเวลาการตรวจสอบและรายงานผลภายใน 1 เดือน และเพิ่มกรอบระยะเวลาไปตามจำนวนนิติบุคคล สูงสุดที่ 9 เดือน แต่สำหรับ 4 จังหวัด ที่มีจำนวนนิติบุคคลเป้าหมายสูงสุด โดยมีจำนวนนิติบุคคลเป้าหมายอยู่ประมาณ 6,600 - 14,200 ราย ได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ผมได้กำหนดให้มีการเพิ่มกำลังการตรวจสอบจากส่วนกลางเข้าไปช่วยทำงานด้วย เพื่อให้แล้วเสร็จใน 1 ปี

สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกันธุรกิจนอมินีที่จะเกิดขึ้นใหม่ คือ การเพิ่มโทษให้รุนแรงขึ้น เนื่องจากกฎหมายมีโทษเบา เมื่อนิติบุคคลกระทำความผิดเกี่ยวกับนอมินี ไม่สามารถสั่งปิดบริษัทได้ทำได้เพียงบังคับให้มีการขายหุ้นบริษัทให้กับคนไทย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว บุคคลทั่วไปไม่กล้าที่จะซื้อหุ้นบริษัท เพราะไม่ทราบลักษณะของการประกอบธุรกิจไม่ทราบงบการเงินของบริษัท ไม่ทราบข้อมูลเจ้าหนี้ และลูกหนี้ ดังนั้น ผู้ที่จะซื้อหุ้นบริษัท จึงยังคงเป็นนอมินีอยู่ดี

ดังนั้น จึงได้มีการเพิ่มโทษ โดยกำหนดความผิดทางกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นความผิดมูลฐานภายใต้กฎหมายของสำนักงาน ปปง. เพื่อให้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด มูลฐานก่อนมีการฟ้องคดีต่อศาล ซึ่งร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่เพิ่มฐานความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเป็นความผิดมูลฐานนั้น ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว และจะเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป จากนั้นจึงเตรียมการที่จะเสนอร่างฯ ต่อสภาพิจารณา 3 วาระในครั้งเดียว

“ผมเชื่อมั่นว่าการดำเนินการตามมาตรการที่วางไว้ จะสามารถแก้ปัญหาธุรกิจนอมินีในประเทศไทยให้หมดไปได้ภายใน 1 ปี”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...