โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

งามหน้า! ตำรวจญี่ปุ่นจับพ่อลูกชาวไทยคาสนามบิน หลังทำร้ายพนักงานหญิงสายการบิน อ้างตัวเป็นอัยการ ไม่ยอมรับผิด

สยามนิวส์

เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 01.19 น. • สยามนิวส์
งามหน้า! ตำรวจญี่ปุ่นจับพ่อลูกชาวไทยคาสนามบิน หลังทำร้ายพนักงานหญิงสายการบิน อ้างตัวเป็นอัยการ ไม่ยอมรับผิด

วันที่ 16 พ.ค. 2568 เว็บไซต์ต่างประเทศ Yahoo Japan อ้างอิงรายงานข่าวจากสำนักข่าว Kyodo News เผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดชิบะ ประจำสนามบินนานาชาตินาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ได้เข้าควบคุมตัวนักท่องเที่ยวชาวไทย 2 ราย ซึ่งเป็นชายวัย 66 ปี และลูกสาวของเขาวัย 30 ปี หลังจากทั้งสองคนถูกกล่าวหาว่า ได้ทำร้ายร่างกายพนักงานหญิงรายหนึ่งที่สนามบินดังกล่าว

ตามการรายงาน ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่อาคารผู้โดยสาร 1 โดยที่เคาน์เตอร์ให้บริการผู้โดยสารขาออก มีพนักงานหญิงของสายการบินรายหนึ่ง วัย 28 ปี กำลังให้บริการนักท่องเที่ยวที่สนามบิน ซึ่งรวมถึงคู่พ่อและลูกสาวสัญชาติไทย ก่อนที่พนักงานรายนี้จะถูกทั้งสองตำหนิว่าให้บริการไม่ดี และถูกอีกฝ่ายใช้มือทั้งสองข้างจับเข้าที่แขน

เมื่อเห็นดังนั้น ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสนามบิน ได้เข้าควบคุมตัวคู่พ่อลูกทั้งสองไปดำเนินการสอบสวนในความผิดที่เข้าข่ายการคุกคามทำร้ายพนักงาน ซึ่งตามรายงานเผยว่า พ่อและลูกสาวชาวไทยคู่นี้ได้เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น และกำลังจะเดินทางกลับประเทศไทย ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเกิดเหตุ ทางผู้เป็นพ่อ ซึ่งได้อ้างตัวว่าเป็นอัยการที่ประเทศไทย ยอมรับสารภาพข้อกล่าวหา ในขณะที่ลูกสาวของเขา ซึ่งมีอาชีพอิสระ ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยกล่าวโต้ตอบว่า ฉันไม่ได้โดนตัวเธอเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้มีรายงานเปิดเผยถึงรายละเอียดเกี่ยวกับโทษทางกฎหมาย จากกรณีการกระทำความผิดดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...