โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทรัมป์’เปิดศึกประธานาธิบดี‘ลูลา’รีดภาษีบราซิล50% ยัวะที่กล้าหือตามล่าเอาผิดเพื่อนรัก แถมยังกล้าด่าตนทำตัวเป็น ‘จักรพรรดิ’

Manager Online

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 17.30 น. • MGR Online

ทรัมป์ประกาศอัตราภาษีศุลกากรใหม่สำหรับทองแดงนำเข้าเป็น 50% มีผลบังคับใช้วันที่ 1 เดือนหน้า ซึ่งเป็นกำหนดเวลาและอัตราเดียวกับที่จะเรียกเก็บจากสินค้าบราซิล นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐฯ ยังสั่งสอบสวนพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมของแดนแซมบ้า ขณะที่ทางด้านจีนวิจารณ์วอชิงตันว่า ภาษีศุลกากรตามอำเภอใจไม่เป็นประโยชน์ไม่ว่ากับฝ่ายใด

ในวันพุธ (9 ก.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บนสื่อสังคม ทรูธโซเชียล ของเขาว่า จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรทองแดง 50% มีผลนับจากวันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป หลังจากได้รับรายงานการประเมินความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งหมายถึงการสอบสวนทางการค้าในแง่มุมความมั่นคงแห่งชาติตามมาตรา 232

มาตรา 232 เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบัญญัติการขยายการค้าปี 1962 (Trade Expansion Act of 1962) ครอบคลุมการป้องกันประเทศและความจําเป็น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเหล็กและอะลูมิเนียมถือว่ามีความสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงของสหรัฐฯ

นอกจากนั้น ในวันเดียวกันนี้ ทรัมป์ยังส่งจดหมายถึงประเทศคู่ค้าขนาดเล็ก 7 ประเทศที่รวมกันแล้วส่งออกสินค้าไปยังอเมริกาในปีที่ผ่านมาเพียง 15,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อแจ้งภาษีศุลกากรอัตราใหม่ซึ่งจะถูกรัฐบาลของเขาเรียกเก็บ ได้แก่ 20% สำหรับฟิลิปปินส์, 30% สำหรับศรีลังกา แอลจีเรีย อิรัก และลิเบีย และ 25% สำหรับบรูไน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เช่นเดียวกับ 14 ประเทศแรกที่ได้รับจดหมายไปก่อนแล้วเมื่อต้นสัปดาห์นี้

ต่อมาในวันพฤหัสฯ (10) เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างแถลงข่าวตามปกติว่า จีนคัดค้านการใช้แนวคิดความมั่นคงแห่งชาติเกินขอบเขตมาโดยตลอด และเชื่อมั่นเสมอมาว่า ไม่มีผู้ชนะในสงครามการค้าและภาษี อีกทั้งยังเห็นว่า การกำหนดภาษีศุลกากรตามอำเภอใจไม่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

เปิดศึกบราซิล

ในวันพุธ ทรัมป์ยังส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล เพื่อแจ้งว่า อเมริกาจะขึ้นภาษีสินค้าบราซิลจากเดิม 10% เป็น 50% นับจากวันที่ 1 สิงหาคมเช่นกัน

ในจดหมายดังกล่าว ผู้นำสหรัฐฯ ยังระบายความไม่พอใจเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “การล่าแม่มด” โดยหมายถึงการดำเนินคดีกับฌาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีแนวขวาจัดของบราซิล ในข้อหาวางแผนอยู่ในอำนาจต่อหลังแพ้การเลือกตั้งปี 2022 ต่อลูลา ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทรัมป์แสดงการยกย่องและสนับสนุนโบลโซนาโร เรื่อยมา

ทรัมป์ยังวิจารณ์ว่า บราซิลโจมตีการเลือกตั้งอย่างเสรี ตลอดจนถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของคนอเมริกัน อีกทั้งเซ็นเซอร์แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของอเมริกาอย่างลับๆ และผิดกฎหมาย

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังสั่งให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เปิดสอบสวนแนวทางปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ซึ่งเปิดทางให้อเมริกาเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่ม โดยทรัมป์อ้างว่า บราซิลมีพฤติการณ์โจมตีกิจกรรมการค้าดิจิทัลของบริษัทอเมริกันไม่หยุดหย่อน

ก่อนที่เรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่นาน บราซิลได้เรียกเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เข้าพบเพื่ออธิบายคำแถลงของทางสถานเอกอัครราชทูตที่ระบุว่า โบลโซนาโรเป็นเหยื่อ “การฟ้องร้องทางการเมือง”

ทางด้านลูลาตอบโต้บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า การขึ้นภาษีศุลกากรฝ่ายเดียวจะได้รับการตอบโต้ภายใต้กฎหมายเศรษฐกิจต่างตอบแทนของบราซิล และสำทับว่า ข้อกล่าวหาว่า การค้าระหว่างสองประเทศเวลานี้ไม่เป็นธรรมสำหรับอเมริกานั้นเป็นการพูดปด โดยย้ำว่า อเมริกาเป็นฝ่ายเกินดุลการค้าบราซิล

ลูลายังตอบโต้ข้อกล่าวหาล่าแม่มดของทรัมป์ว่า การดำเนินคดีโบลโซนาโรเป็นอำนาจของศาล และการข่มขู่ไม่สามารถบ่อนทำลายความเป็นอิสระของสถาบันยุติธรรม

ผู้นำบราซิลยังปกป้องคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียว่า เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต้องไม่เกี่ยวพันกับพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและรุนแรง

ก่อนหน้านี้ตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ (7 ก.ค.) ทรัมป์ก็ได้เรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลบราซิล “วางมือจากโบลโซนาโร” โดยอ้างว่า อดีตผู้นำผู้นี้ไม่ได้ทำผิดอะไร ซึ่งทางลูลาได้ตอบโต้การแทรกแซงของทรัมป์โดยยืนยันว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย”

วันเดียวกันนั้น ลูลายังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดกลุ่มบริกส์ว่า “โลกไม่ต้องการจักรพรรดิ” หลังจากทรัมป์ขู่ขึ้นภาษี 10% สำหรับประเทศที่สนับสนุนนโยบาย “ต่อต้านอเมริกา” ของบริกส์

แบรด เซ็ตเซอร์ อดีตเจ้าหน้าที่การค้าสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันทำงานให้กับสภาวิเทศสัมพันธ์ หน่วยงานคลังสมองชื่อดังด้านการต่างประเทศในสหรัฐฯ โดยชี้ว่า การกระทำของทรัมป์อาจนำไปสู่สงครามการค้าที่สร้างความเสียหายให้กับทั้งอเมริกาและบราซิลอย่างง่ายดาย และสะท้อนอันตรายของการที่มาตรการภาษีศุลกากรตกอยู่ภายใต้การควบคุมตามอำเภอใจของบุคคลเพียงคนเดียว

เซ็ตเซอร์เสริมว่า การตัดสินใจของทรัมป์อิงกับข้อเท็จจริงที่ว่า ลูลาเอาชนะโบลโซนาโรซึ่งเป็นเพื่อนของทรัมป์ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บราซิลเป็นประเทศคู่ค้าใหญ่อันดับ 2 ของอเมริกา รองจากจีน และจากข้อมูลของสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ สองประเทศมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 92,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024

บราซิลยังเป็นผู้ส่งออกเหล็กกล้ารายใหญ่อันดับ 2 ของอเมริกา รองจากแคนาดา โดยปีที่แล้วส่งเหล็กกล้าไปยังสหรัฐฯ 4 ล้านตัน

ขณะที่อเมริกาส่งออกเครื่องบินพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและน้ำมันดิบ ถ่านหิน และเซมิคอนดักเตอร์ไปยังบราซิล

การขึ้นภาษีบราซิลยังถูกคาดหมายว่า จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อราคาอาหารในอเมริกา เนื่องจาก 1 ใน 3 ของกาแฟที่บริโภคในสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นตลาดกาแฟใหญ่ที่สุดของโลกนั้น มาจากบราซิลซึ่งเป็นผู้ปลูกกาแฟอันดับ 1 ของโลก

นอกจากนี้ น้ำส้มกว่าครึ่งในอเมริกายังส่งมาจากบราซิล ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดน้ำส้มโลกถึง 80% แดนแซมบ้ายังส่งออกน้ำตาล เนื้อวัว และเอทานอล รวมถึงสินค้าอีกหลายรายการไปยังอเมริกา

(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...