โฆษก กต. ปัดข่าวกัมพูชาไม่ร่วมประชุม JBC ลั่นไทยพร้อมเจรจา 14 มิ.ย.นี้
โฆษก กต. ปัดข่าวกัมพูชาไม่ร่วมประชุม JBC ลั่นไทยพร้อมเจรจา 14 มิ.ย.นี้ เดินหน้ากลไกชายแดนอย่างสร้างสรรค์ ไม่รับแนวทาง ICJ ยึดกรอบข้อตกลงเดิมเป็นหลัก
วันที่ 5 มิ.ย. 68 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับพัฒนาการของสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ภายหลังเหตุการณ์กระทบกระทั่งบริเวณช่องบก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญต่อสถานการณ์ดังกล่าว และยังคงดำเนินการหารือกับฝ่ายกัมพูชาในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง
นายนิกรเดช ย้ำว่า รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมในการเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (Joint Boundary Commission – JBC) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 เพื่อหารือแนวทางคลี่คลายปัญหาด้วยกลไกที่ทั้งสองฝ่ายมีความตกลงร่วมกัน โดยฝ่ายไทยมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะใช้เวทีนี้ส่งเสริมความร่วมมือโดยสันติวิธี
“ไทยไม่เคยนิ่งนอนใจ และให้ความสำคัญกับการประสานงานกับฝ่ายกัมพูชาในทุกระดับ โดยเฉพาะในปีนี้ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–กัมพูชา” นายนิกรเดช กล่าว
นายนิกรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า กลไก JBC เป็นกลไกทวิภาคีด้านเขตแดนที่มีความต่อเนื่องมากว่า 26 ปี โดยมี กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ และทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านความมั่นคงและเทคนิค ภายใต้กรอบความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งสองฝ่าย
นายนิกรเดช ยังเผยว่า ไทยจะใช้เวที JBC อย่างเต็มที่ควบคู่กับกลไกด้านความมั่นคงอื่น ๆ เช่น GBC (General Border Committee) และ RBC (Regional Border Committee) โดยมีเป้าหมาย 3 ประการหลัก คือ ใช้กลไกอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ , ดำเนินการด้วยความสุจริตใจ , ลดผลกระทบต่อประชาชนชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม
โดยที่ผ่านมา กลไก JBC เคยสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมาแล้ว อาทิ การสร้างสะพานมิตรภาพไทย–กัมพูชา บริเวณบ้านหนองเอี่ยม และโครงการสะพานข้ามพรมแดน ณ จุดผ่านแดนบ้านผักกาด จ.จันทบุรี
ทั้งนี้ จากข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชาที่ต้องการให้ปัญหาชายแดนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) นายนิกรเดช ได้ชี้แจงว่า ไทยไม่ได้ประกาศยอมรับเขตอำนาจของ ICJ มาตั้งแต่ปี 2503 พร้อมย้ำว่า ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงเดิมในการใช้กลไกทวิภาคีในการจัดการปัญหาชายแดน ซึ่งมีความเหมาะสมและมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
“เรายึดมั่นในกลไกที่ทั้งสองฝ่ายตกลงไว้ร่วมกัน การนำประเด็นเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศอาจสร้างความซับซ้อน และขัดกับเจตนารมณ์ของการหารือโดยสันติ” นายนิกรเดช ระบุ
นายนิกรเดช ยังได้ตอบข้อสงสัยกรณีข่าวลือว่ากัมพูชาอาจไม่เข้าร่วมการประชุม JBC ว่า “ไม่เป็นความจริง” และขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในประเด็นอ่อนไหวที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“รัฐบาลไทยขอยืนยันว่าเรามุ่งมั่นดำเนินการภายใต้หลักการของสันติภาพ ความมั่นคง และการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและสมาชิกอาเซียน” นายนิกรเดช กล่าว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยยืนยันที่จะเข้าร่วมการประชุม JBC ในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ตามกำหนดการที่ได้หารือไว้ และคาดหวังว่าการประชุมจะเป็นเวทีสำคัญในการลดความตึงเครียดและสร้างความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ร่วมกับฝ่ายกัมพูชา
“เป้าหมายของไทยคือความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติและมั่นคง” นายนิกรเดช กล่าวสรุป
เมื่อถามว่า หากกัมพูชายื่นข้อเสนอให้ยุติข้อพิพาทผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ไทยมีแนวโน้มตอบรับหรือไม่ นายนิกรเดช กล่าวว่าประเทศไทยไม่ได้ประกาศรับเขตอำนาจของ ICJ มาตั้งแต่ปี 2503 และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในจุดยืนนั้น ขณะเดียวกัน ไทยกับกัมพูชาก็มีข้อตกลงชัดเจนว่าปัญหาเขตแดนจะดำเนินการผ่านกลไกทวิภาคีโดยตรง
“เราย้ำเสมอว่าไม่ต้องการเห็นฝ่ายใดได้รับความสูญเสีย และควรหลีกเลี่ยงการขยายปัญหาออกไปสู่เวทีที่ซับซ้อนหรืออาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระยะยาว” นายนิกรเดช กล่าวเสริม
อย่างไรก็ตาม นายนิกรเดช ยังกล่าวปฏิเสธข้อมูลกระแสข่าวที่ระบุว่ากัมพูชาอาจ “ไม่เข้าร่วมการประชุม JBC” ว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง การติดต่อประสานงานระหว่างไทยและกัมพูชายังดำเนินอยู่ตามปกติ ขอให้สื่อมวลชนระมัดระวังในการเสนอข่าว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่อ่อนไหว และขอความร่วมมือในการหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวทางการ