โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท็อปส์ ย้ำจุดยืนรักษ์โลก ผนึกกำลังเกาะพะงัน สู่ Net Zero ด้วยบรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียม

TODAY

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 16.19 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 09.19 น. • workpointTODAY

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ย้ำจุดยืนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก เดินหน้ามิชชั่นเน็ตซีโร่ เปลี่ยนการจำหน่ายเบียร์ขวดแก้วสู่บรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียม บนพื้นที่เกาะพะงัน ลดปัญหามลพิษขยะตกค้างทางทะเล ยกระดับทะเลไทยสู่ Sustainable Island Tourism Destination

ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ย้ำจุดยืนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก เดินหน้ายกระดับภารกิจรักษ์โลกผ่านกลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของท็อปส์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน ดำเนินการภายใต้แนวคิด “Small Acts Together” หรือ พลังเล็กๆ เพื่อโลกที่ยั่งยืน ที่สอดคล้องไปกับกลยุทธ์ “CRC Care” ของเซ็นทรัล รีเทล ในด้าน Care of the Environment โดยเปลี่ยนการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์จากบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วสู่บรรจุภัณฑ์กระป๋องอลูมิเนียม หลังพบปัญหาปริมาณขยะตกค้างบริเวณชายฝั่งทะเล เริ่มนำร่องที่ท็อปส์และท็อปส์ เดลี่ รวมทั้ง 8 สาขาบนพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมยกระดับเกาะพะงันสู่แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบสีเขียวในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายในการลดขยะขวดแก้วบนเกาะพะงันจาก60-75 ตัน/วัน เหลือแค่ 15 ตันต่อวัน เพื่อลดภาระการกำจัดปริมาณขยะของเทศบาลลดลง 75% ต่อวัน พร้อมกันนี้ในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ท็อปส์ขอย้ำจุดยืนในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ ผ่านภารกิจและโครงการที่จับต้องได้ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ

สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล

สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ปัจจุบันขยะทะเลยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชนในการแก้ไข และบริหารจัดการขยะทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลจากการสำรวจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปี 2566 ระบุว่า ปริมาณขยะที่ถูกจัดการไม่ถูกต้องและส่งผลให้เกิดขยะทะเลมีจำนวนสูงถึง 34,000 – 51,000 ตัน ท็อปส์ในฐานะองค์กรค้าปลีกที่ดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญด้านความยั่งยืน และมุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม จึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศบาลตำบลเกาะพะงัน เทศบาลตำบลบ้านใต้ เทศบาลตำบลเพชรพะงัน และสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ในโครงการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแนวทางการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์จากบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมาเป็นบรรจุภัณฑ์กระป๋องอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบากว่า ง่ายต่อการขนย้ายและสามารถรีไซเคิลได้ 100% เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดปริมาณขยะตกค้างตั้งแต่ต้นทาง ลดอันตรายจากเศษ

” เพื่อบรรลุถึงพันธะสัญญาที่จะสร้างความยั่งยืนในทุกมิติตั้งแต่ ผู้คน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เราได้เริ่มนำร่องเปลี่ยนการจำหน่ายสินค้าเครื่องดื่มประเภทเบียร์บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมาเป็นบรรจุภัณฑ์กระป๋องอลูมิเนียมที่ท็อปส์และท็อปส์ เดลี่ รวม 8 สาขา บนพื้นที่เกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไทยที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาสังสรรค์และพักผ่อนหย่อนใจกว่าพันคนต่อเดือน ก่อนจะขยายผลไปยังผลิตภัณฑ์บรรจุขวดแก้วอื่นๆ ต่อไป”

นอกจากการริเริ่มเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์จากขวดแก้วสู่กระป๋องอลูมิเนียมแล้ว ท็อปส์ยังคงเดินหน้าภารกิจอื่นๆ ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นในพลังเล็ก ๆ ที่ร่วมมือกันจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในสังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Small Acts Together” ผ่านกลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 อาทิ การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ My Choice เชอรี่ ที่สามารถย่อยสลายได้และไม่่เคลือบพลาสติก 100% การติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ที่ร้านท็อปส์ในสาขาสแตนอโลน การติดตั้งตู้เย็นประหยัดพลังงาน ที่ใช้นวัตกรรมระบบทำความเย็นเพื่อควบคุมอุณหภูมิได้ดียิ่งขึ้นและช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 35% เมื่อเปรียบเทียบกับระบบตู้เย็นแบบเปิด รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า เพื่อกระจายสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังร้าน TOPS และ TOPS DAILY ส่งต่ออาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพ ไปยังชุมชนที่มีความต้องการในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...