โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ : แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (7)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 01.16 น.

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ

: แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (7)

แฟชั่นการคลุมผมสมัยจอมพล ป.

เมื่อกล่าวถึงแฟชั่นในช่วงสงครามแล้ว คนมักจะนึกถึงแต่แฟชั่นการสวมหมวกสมัยรัฐบาลจอมพล ป. ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นสตรีในช่วงสงคราม แต่อีกแฟชั่นหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงน้อยในฐานะแฟชั่นช่วงนั้น คือ แฟชั่นคลุมศีรษะด้วยผ้าคลุมผม ซึ่งกำเนิดขึ้นในช่วงก่อนการรณรงค์ให้สวมหมวกเล็กน้อย หรืออาจเกิดร่วมสมัยกัน

บนหน้าปกนิตยสารโวค ฉบับปี 1942 (2485) ได้นำแฟชั่นการใช้ผ้าคลุมผมมาขึ้นปก แฟชั่นการใช้ผ้าคลุมผมเป็นเครื่องประดับศีรษะนั้น ผู้หญิงในครั้งนั้นแต่งเติมความทันสมัยด้วยพับครึ่งผ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนใหญ่ตามแนวทแยงเพื่อสร้างรูปทรงสามเหลี่ยม จากนั้นนำมาพันรอบศีรษะ และมัดปลายผ้าเข้าด้วยกันที่ด้านหลังบริเวณท้ายทอย หากต้องการให้ผ้าโพกผมแน่น ไม่หลุดเลื่อนได้ง่ายๆ ด้วยการหากิ๊บมาหนีบผ้าคลุมติดเข้ากับผมของตนเอง ผู้หญิงสามารถใช้แฟชั่นผ้าคลุมผมให้เข้าชุดได้กับหลายแบบการแต่งกายได้ทำให้การแต่งกายนั้นดูน่ารักและสวยเก๋ขึ้นมาได้อย่างง่ายๆ ในช่วงเวลานั้นหญิงไทยนิยมใช้ผ้าคลุมผม ในสังคมไทยปรากฏภาพอยู่ไม่น้อยบนหน้าปกนิตยสารชั้นนำและภาพถ่ายส่วนตัวร่วมสมัยของไทยในครั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม แฟชั่นการใช้ผ้าคลุมผมกลับมีชีวิตยาวนานกว่าการสวมหมวก ด้วยพลันที่จอมพล ป.สิ้นอำนาจลงในช่วงปลายสงครามนั้น ความนิยมสวมหมวกก็ดูจะเลือนหายไป

แต่แฟชั่นการใช้ผ้าคลุมผมนั้นยังสืบต่อในช่วงหลังสงครามหรือตลอดทศวรรษ 2490 ดังภาพ น.ส.วรรณา รัตนไชยพันธุ์ คุณแม่ของข้าพเจ้าใช้ผ้าคลุมผมของเธอในวัยสาวเมื่อต้นทศวรรษ 2490

แฟชั่นสวมหมวกสมัยสงคราม

ภายหลังที่จอมพล ป.กำชัยชนะในการปฏิวัติการแต่งกายของชายไทยให้เลิกนุ่งกางเกงแพรออกนอกบ้านมานุ่งกางเกงขายาวออกนอกบ้านแทน รวมทั้งการชักชวนให้ชาย-หญิงสวมรองเท้ากันอย่างแพร่หลายผ่านรายการวิทยุชื่อ “นายมั่น-นายคง” สังข์ พัธโนทัย หรือ “นายมั่น” เล่าว่า ต่อมาเขาและพระราชธรรมนิเทศ รับคำสั่งใหม่จากจอมพล ป. ให้ใช้วิทยุเปลี่ยนการแต่งกายของหญิงไทยที่ส่วนใหญ่นุ่งโจงกระเบน บ้างนุ่งซิ่นหรือผ้าถุง ให้นุ่งกระโปรงแบบฝรั่งแทน

ต้นปี 2485 จอมพล ป.เขียนบทความชื่อ “มาลานำไทยเปนมหาอำนาด” (2485) แจงประโยชน์ที่เกิดจากการสวมหมวกว่า “เราจะได้ประโยชน์อะไรจากการมีผู้ชมว่า ไทยเปนชาติที่นิยมการสวมหมวกทั่วถึงทุกคนจนเปนที่หนึ่งในโลกนี้ ขอตอบว่า เราได้ประโยชน์ในการทำให้ชาวต่างประเทสนับถือไนความเปนระเบียบและความสามัคคีของชาติเราและเปนชาติที่มีเกียรติยิ่งกว่าชาติใดๆ ทั้งนี้ก็เท่ากับเราช่วยกันยกย่องหมวกให้เปนเกราะป้องกันเอกราช เปนกำลังหนุนไห้ชาติของเราก้าวสู่การเปนชาติใหย่เร็วยิ่งขึ้น” (สามัคคีไทย, 2486, 10)

เขาเห็นว่า ที่ผ่านมาหมวกในสังคมไทยเป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้สวมศีรษะป้องกันแดด กันฝุ่น กันละออง กันฝน กันผมยุ่ง หรืออาจช่วยป้องกันศีรษะล้านได้เท่านั้น คนไทยสวมหมวกมานานแล้ว แต่ “หมวกไม่มีส่วนได้เคยช่วยชาติเลย…แต่บัดนี้เองหมวกจะเข้ามาช่วยส่งเสิมให้ชาติไทยสูงเด่นมีเกียรติและจะเปนสิ่งที่ช่วยให้ชาติไทยเปนมหาอำนาดก็ได้ ถ้าเปนไปได้ พี่น้องชาวไทยทุกคนทั้งเหยิงชายและทุกวัย ควนได้สวมหมวกกันหย่างไม่มียกเว้น ไม่ว่าจะมองไปทิสทางใด ไนที่สาธารณะก็พบแต่คนสวมหมวกและสวมกันหย่างเรียบร้อยเหมาะสมแก่หน้าตา ไม่สักแต่ว่าหยิบหมวกได้ก็สวมสีสะซึ่งจะเปนหย่างไรก็ช่าง ถ้าทำได้ดังนี้ ในสายตาของชาวโลกหรือชาวต่างประเทส ไทยก็จะได้รับความชมเชยว่า เปนชาติที่นิยมการสวมหมวกเรียบร้อยตามคำวิวอนของนายกรัถมนตรีเป็นที่หนึ่งของโลก ไม่มีชาติใดสู้ เปนการสแดงและความเปนน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพวกเราชาวไทยอีกด้วย”

(สามัคคีไทย, 9-10)

สวมหมวกสร้างชาติให้อารยะและผดุงเอกราช

จอมพล ป.เห็นว่า เมื่อประชาชนแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อยอย่างพร้อมเพียงแล้วย่อมสร้างการยอมรับจากมหาอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยแห่งสงครามนี้ “ถ้าพูดถึงงานส้างวงไพบูลย์ของมหาเอเชียในเวลานี้ซึ่งมียี่ปุ่นเปนผู้นำหยู่นั้น ถ้าพี่น้องชาวไทยได้ช่วยผู้นำของท่านโดยสวมหมวกกันให้พร้อมเพรียง เหยิงก็สวมหมวกทุกคนโดยเรียบร้อยด้วย สวยด้วย ประกอบกับกระโปรงก็เหมาะเจาะดี จะแลไปทางใดก็พบแต่ชายแต่งตัวดี มีหมวก เสื้อนอก กางเกง รองเท้า เหยิงก็มีหมวก กระโปรง รองเท้าดังนี้แล้ว ท่านนึกไหมว่า ยี่ปุ่นมหามิตรของไทยจะชมเชยเราเพียงใด และจะยกย่องชาติไทยให้เปนตัวหย่างในในมหาเอเชียนี้เพียงใด

เชื่อว่ายี่ปุ่นอาดยอมให้เราเปนชาติตัวหย่างไนการแต่งกาย ไนการสวมหมวกแก่ชาติอื่นๆ ก็ได้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เราคงจะได้แต้มเต็มสิบสองแต้มนั่นเอง ถ้าการเปนหย่างนี้ ท่านเชื่อไหมว่า หมวกหรือจะพูดไห้หมดก็คือ การแต่งกายไห้ถูกต้องตามวัธนธัมนั้น เปนการส้างชาติไห้สูงเด่นยิ่ง อาดถึงกับผดุงเอกราชของชาติได้หย่างดีด้วย” (สามัคคีไทย, 2486, 11)

ในช่วงสมัยสงคราม การปฏิวัติแฟชั่นใหม่ของทั้งชายและหญิงตั้งแต่ด้วยการแต่งกายแบบสมัยใหม่ สวมกางเกง นุ่งกระโปรง สวมรองเท้าและสวมหมวก เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้เกิดขึ้น ถือเป็นการสร้างชาติให้เป็นอารยะและช่วยรักษาเอกราชของไทย

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ : แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (7)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...