STMicroelectronics บริษัทผลิตชิปฝรั่งเศส-อิตาลี ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 5,000 คน ช่วง 3 ปีข้างหน้า
STMicroelectronics บริษัทผลิตชิปฝรั่งเศส-อิตาลี ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 5,000 คน ช่วง 3 ปีข้างหน้า หลังเผชิญยอดขายซบเซาและข้อกล่าวหา insider trading
วันที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลา 23.12 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Jean-Marc Chery ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท STMicroelectronics บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductors) บริษัทผลิตชิปสัญชาติฝรั่งเศส-อิตาลี ที่มีรัฐบาลฝรั่งเศสและอิตาลีถือหุ้นรวมกันผ่านบริษัทโฮลดิ้ง เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าพนักงานประมาณ 5,000 คน จะออกจากงานภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า
โดยจะมีการปลดพนักงาน 2,800 ตำแหน่งในปีนี้ ซึ่งประมาณ 2,000 คนจะลาออกตามธรรมชาติ (attrition) เช่น เกษียณอายุหรือเปลี่ยนงาน โดยรวมกับการลาออกโดยสมัครใจ ทำให้ยอดพนักงานที่คาดว่าจะออกอยู่ที่ 5,000 คน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท STMicroelectronics เสริมว่า ขณะนี้บริษัทกำลังหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการลดต้นทุน และการเจรจาดำเนินไปตามแผน
อย่างไรก็ตามยังเปรยถึงอุปสรรคว่า“ผมคิดว่ามีประเทศหนึ่งที่เจรจายากเป็นพิเศษ ซึ่งอาจทำให้การดำเนินงานของเราล่าช้าออกไปเล็กน้อย”
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมารัฐบาลอิตาลีแสดงความไม่พอใจกับซีอีโอของบริษัท STMicro เนื่องจากบริษัทเผชิญกับภาวะซบเซาในตลาดหลัก และยังมีข้อกล่าวหาว่า Chery มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลวงใน (insider trading) ซึ่งบริษัทได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว บริษัทได้ประกาศแผนลดต้นทุนซึ่งตั้งเป้าประหยัดได้หลายร้อยล้านยูโรภายในปี 2570 โดยจะลดจำนวนพนักงานผ่านการเกษียณอายุก่อนกำหนด (early retirement) และการลาออกตามธรรมชาติ
ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาบริษัทระบุว่าการลาออกโดยสมัครใจจะทำให้ตำแหน่งงานในฝรั่งเศสลดลง 1,000 ตำแหน่ง จากแผนลด 2,800 ตำแหน่งที่ไม่รวม attrition ขณะที่การเจรจากับฝั่งอิตาลียังดำเนินอยู่
Reuters รายงานในช่วงเวลาเดียวกันว่า รัฐบาลอิตาลีพยายามกดดันให้บริษัทจำกัดจำนวนการปลดพนักงานให้ไม่เกิน 1,000 คน
เมื่อวันพุธที่ผ่านมาสหภาพแรงงานอิตาลีออกมาแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงาน 1,200 คนที่โรงงาน Agrate ในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางตอนเหนือของอิตาลี โดยเรียกร้องให้มีการประชุมด่วนกับรัฐบาล
Chery ยังกล่าวในวันเดียวกันว่า เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดในปีนี้ และราคาหุ้นของบริษัทก็ปิดบวก 11.1% อยู่ที่ 24.94 ยูโรต่อหุ้น ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นในวันเดียวมากที่สุดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563
อ้างอิง : reuters.com