โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ตรัง สมาคมรถทัวร์โวย ถูกกันนอกวงประชุมคมนาคมที่ตรัง ลั่นฟ้องศาลปกครอง-อารยะขัดขืนเดินรถพรุ่งนี้

77kaoded

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 19.27 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 12.12 น. • 77Kaoded

ตรัง นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย ถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการคมนาคมฯ ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง ทั้งที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า ไม่ยอมรับข้อมูลภาคประชาชน ย้ำถนนเขาพับผ้าไม่เข้าข่ายเส้นทางเสี่ยง พร้อมขู่ฟ้องศาลปกครองและยกระดับการเคลื่อนไหวด้วยการเปิดเดินรถอารยะขัดขืนในวันพรุ่งนี้ หากรัฐยังเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริง.

คณะกรรมการคมนาคม หักนายกสมาคมฯ ไม่ให้เข้าร่วมประชุมที่สำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง อ้างไม่มีการประชุม คณะกรรมการชุดนี้ไม่โปร่งใส หากไม่ยกเลิกถนนสายนี้ ฟ้องศาลปกครองแน่ และทำอารยขัดขืนเปิดเดินรถ

วันที่ 8 มิถุนายน 2568 เวลา 13.30 น ที่ท่าอากาศยานตรัง นายสุริยะ แก้วทนงค์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย กล่าวว่า จากการดูพื้นที่จริงในวันนี้ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ถนนเส้นทางเขาพับผ้ามีความชัน 8% และมีระยะทางยาว 1 กิโลเมตร ซึ่งการลงมาดูพื้นที่พร้อมกันจำนวน 4 ฝ่าย ซึ่งในการประชุมกลุ่มย่อยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมานี้ ระบุชัดว่าระยะทางไม่ถึงจริงๆ หลังการประชุมกลุ่มย่อยมีการนัดแนะกันว่าจะมาประชุมที่ห้องประชุมสนามบินตรังตามหมายกำหนดการ แต่เมื่อตัวแทนสมาคมฯ มาถึงกลับได้รับคำตอบสั้นๆ ว่าวันนี้ไม่มีการประชุม โดยสมาคมก็ได้โทรศัพท์ไปเช็คทราบว่ามีการประชุมเกิดขึ้น โดยประชุมกันที่ขนส่งจังหวัดตรัง เมื่อกรรมการของชมรมเดินทางตามไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัดตรังปรากฏว่าเขาปิดประตูรั้วไม่ให้กรรมการสมาคมเข้าร่วมประชุมด้วย และมียามเข้ามาขวางไม่ให้ตัวแทนของพวกเราเข้า ในเมื่อเชิญทุกคนมาพิสูจน์ร่วมกัน 4 ฝ่าย แต่เมื่อถึงเวลาประชุมกับประชุมกันเพียงแค่ 3 ฝ่าย ตนคิดว่าการกระทำอย่างนี้มันไม่ควร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเราควรมาคุยพร้อมๆกันทั้ง 4 ฝ่าย เพราะหลักฐานทั้งหมดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่แล้ว ว่ามันไม่มีทางที่ระยะทางจะยาวต่อเนื่องถึง 5 กิโลเมตร นั้นในที่ประชุมควรจะถกกันทั้ง 4 ฝ่ายไม่ใช่ไปประชุมกันเองแล้วเอามาแจ้งให้สมาคมฯทราบ ในประเด็นของเส้นทางสโลปจะเอา 3 สโลป มารวมกันไม่ได้ เราต้องนับลูกต่อลูก การอ้างว่าสโลป 5 กิโลเมตร ทำให้รถทัวร์เบรคบ่อยครั้งและเป็นสาเหตุให้ลมเบรคหมด ซึ่งในความเป็นจริงเมื่อเราเบรคแล้วเราต้องเร่งเครื่องขึ้นเนินต่อไป จึงไม่มีทางที่เบรคจะไหม้หรือเบรคจะหมดลม ตนมั่นใจว่าเส้นทางเขาพับผ้าตรัง ยังไงก็ตกกฎเกณฑ์แน่นอน หากคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางยังดื้อดึงนั้น

จริงๆเราจะฟ้องศาลปกครองตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เขาเรียกเราเข้าไปประชุมที่กระทรวงฯ เราได้รายงานสภาพจริงให้ที่ประชุมทราบ ในเบื้องต้นเขาไม่เชื่อ และจะลงมาดูพื้นที่จริง ตนจึงเสนอให้สภาวิศวกรซึ่งเป็นหน่วยงานกลางลงมาเป็นตัวแทนด้วย แต่ปรากฏว่าวันนี้สภาวิศวกรกลับไปประชุมกันเองร่วม 3 ฝ่าย คือ กรมทางหลวง สภาวิศวกร และกรมขนส่ง และจะมารวมกับตนทีหลัง ซึ่งตนเห็นว่าวิธีนี้ไม่ควร และไม่โปร่งใส ต้นมองว่ากรมขนส่งไม่มีความจริงใจ เรื่องนี้ไม่ใช่การเอาชนะกัน แต่ให้มองความเดือดร้อนของประชาชน หากไม่เท่าคนจีนก็ควรจะยกเลิก เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นจะเพิ่มขึ้นทุกวัน

ซึ่งแถลงการณ์ครั้งล่าสุดเราขอดูความจริงใจในการแก้ปัญหา แต่หากทำแบบนี้มันไม่มีความจริงใจ หากจะจริงใจในการแก้ปัญหาต้องพิสูจน์ร่วมกันพร้อมกัน ถ้าเจอปัญหาเราก็แก้ปัญหาด้วยกัน แต่ปรากฏว่ากลับไปประชุมแยกกันเฉพาะหน่วยงานราชการส่วนเราในฐานะภาคประชาชนกลับโดนลอยแพ ตนคิดว่าหากคุยข้อเท็จจริงลักษณะนี้ก็จะได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเพราะไม่ได้ถกกัน การที่กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกไม่มีความจริงใจเราก็จะยกระดับการเรียกร้องขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง ในเบื้องต้นมติสมาคมในวาระเร่งด่วนซึ่งมีการประชุมกันเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ระบุว่าหากเขาไม่มีความจริงใจในการลงพื้นที่วันนี้เราจะยกระดับเป็นอารยะขัดขืน และจะประกาศในวันนี้ ในวันพรุ่งนี้ก็จะเริ่มต้นวิ่งเลย ในเมื่อกฎหมายที่ออกมาไม่ตรงถือว่าไม่มีความชอบธรรม ทั้งไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และไม่เข้ากฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้เองอีกด้วย นี่ก็เพียงพอที่จะให้เราเชื่อฟังภาครัฐ

นายสุริยะ แก้วทนงค์ กล่าวอีกว่า “ในขณะที่ท่าทีของสภาวิศวกรวันนี้เป็นท่าทีแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ส่วนกลุ่มทางหลวงก็บอกว่าเป็นค่าเฉลี่ยความลาเชัน เอาเนิน 3 ลูกมาเฉลี่ยกันเป็นความชันซึ่งไม่มีทฤษฎีนี้ และตรงข้ามกับเจตนา เนื่องจากเจตนาฉบับนี้คือเรื่องของเบรคและลมที่หมดเร็ว ซึ่งไม่ตรงกับเจตนาที่ออกคำสั่งมา โดยทฤษฎีสโลปพื้นฐานเขาคิดกันลูกต่อลูก ถ้าอย่างนี้ตนเอาสโลปจากเชียงใหม่ถึงยะลามารวมก็ไม่ต้องวิ่งกันทั้งเส้นทาง

ความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว และความผิดที่สำเร็จแล้ว ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายแล้วแต่ศาลจะพิจารณา ทางเราก็ไม่ไปก้าวล่วง แต่เราก็ทำตามสิทธิ์ของเรา ซึ่งเราไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งของรัฐแต่อย่างใด เรามองว่ากฎหมายที่ออกมามันไม่ถูกต้อง ต้องแยกเป็น 2 เรื่องระหว่างกฎหมายและความถูกต้อง การทำอารยะขัดขืนของเราจะเพิ่มความเข้มข้นปลอดภัยในช่วงที่รัฐอ้างว่าเสี่ยง เพราะจุดที่บอกว่าเสี่ยงยังไม่มีการวิจัยใดๆ มาสนับสนุนว่าเสี่ยง ระยะที่รัฐอ้างว่าเสี่ยงเราจะวิ่งด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้โดยสารทุกคนห้ามลุกจากที่นั่ง ทุกคนต้องรัดเข็มขัดนิรภัย กิจกรรมทุกอย่างในช่วง 5 กิโลเมตร เราเชื่อว่าการขับรถด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงยังไงก็ไม่เกิดอุบัติเหตุ และที่สำคัญเส้นทางเขาพลับพาส 10 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีอุบัติเหตุจากรถโดยสาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...