โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลยืนยัน ไม่มีการเรียกกำลังพลสำรอง เตือนระวังมิจฉาชีพหลอกล่อผ่านโทรศัพท์และ LINE

THE STANDARD

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 03.19 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 03.19 น. • thestandard.co
รัฐบาลยืนยัน ไม่มีการเรียกกำลังพลสำรอง เตือนระวังมิจฉาชีพหลอกล่อผ่านโทรศัพท์และ LINE

วันนี้ (9 มิถุนายน) อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายมีการตรึงกำลังทหารตลอดแนวชายแดน ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันจากทางราชการ

ทั้งนี้ หน่วยงานทหารไม่มีนโยบายติดต่อประชาชนผ่านการโทรศัพท์ หรือขอให้เพิ่มบัญชีแอปพลิเคชัน LINE เพื่อดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น และกองทัพบกไม่มีการเรียก ‘กำลังพลสำรอง’ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อความหรือบุคคลที่แอบอ้าง เพื่อหลอกลวงและเรียกรับผลประโยชน์

อนุกูลกล่าวอีกว่า ตำรวจสอบสวนกลางได้เตือนประชาชนว่า ขณะนี้พบมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นหน่วยงานทหาร โทรศัพท์ไปยังประชาชนโดยอ้างว่าผู้รับสายมีรายชื่ออยู่ในกำลังพลสำรอง ขอให้ติดต่อหน่วยงานต้นสังกัด หากไม่ประสงค์เข้าร่วมสามารถลงทะเบียน ให้เพิ่มบัญชี LINE เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่

ซึ่งมิจฉาชีพจะโทรมาบอกชื่อ เลขบัตรประชาชน และข้อมูลส่วนตัว ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ คิดว่าเป็นหน่วยงานทหาร เมื่อเข้าไปพูดคุยใน LINE มิจฉาชีพก็จะให้กรอกข้อมูลต่างๆ หลอกล่อ กดดันให้เหยื่อกลัว จนนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลสำคัญ

สำหรับกำลังพลสำรองหรือทหารกองหนุน คือผู้ที่เคยผ่านการเป็นทหารแล้ว แต่ปลดประจำการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ มี 2 ประเภท คือ

  • ผู้ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหาร (ร.ด.) ตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป และขึ้นทะเบียนกองประจำการจนปลดเป็นทหารกองหนุน
  • ผู้ที่ปลดจากกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) เมื่อครบกำหนดตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

การดำเนินการเรียกกำลังพลสำรอง มีขั้นตอน ดังนี้

  • มณฑลทหารบกแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดของพื้นที่ที่กำลังพลสำรองมีภูมิลำเนาอยู่
  • ออกหมายเรียกพล (ตพ.15) ส่งถึงผู้ถูกเรียก เพื่อปฏิบัติตามหมาย
  • ผู้ถูกเรียกต้องไปรายงานตัวตามสถานที่และเวลาที่กำหนด

อนุกูลกล่าวย้ำว่า ขอให้ประชาชนรับฟังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก และงดเผยแพร่หรือแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ป้องกันความสับสนที่อาจสร้างความขัดแย้งภายในประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...