โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปัตตานี / กู้ระทึกลูกที่ 3 หลังโจรใต้ป่วนเมือง ลอบวางระเบิดตลาด 2 ลูก เผยวงจรปิดจับภาพมือวางระเบิด (มีคลิป)

77kaoded

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 17.39 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.06 น. • 77Kaoded

จากกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี จำนวน2 ลูกจนเกิดระเบิดขึ้นมีประชาชนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย1 ราย โดยจุดแรกเกิดขึ้น บริเวณถนนพิพิธ หน้าตลาดโต้รุ่ง ต.อาเนาะรู โดยคนร้ายนำระเบิดแสวงใส่ในถังขยะที่วางไว้ริมถนนแล้วหลบหนีไป ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นในเวลา20.05 น. ทำให้มีแม่ค้าซึ่งขายน้ำเต่าหู่อยู่ใกล้หูอื้อ ต่อมาเวลาคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องใส่ในถังขยะหน้าโรงแรมแพลเล็สโฮเตล ซอยเทศวิวัฒน์2 ต.อาเนาะรู ห่างจากจุดแรกประมาณ100 เมตร ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นเวลาประมาณ20.10 น. จุดนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดขึ้น วันที่8 มิย. ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันที่9 มิย. พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งว่าพบวัตถุระเบิดวางอยู่ใต้โต๊ะขายน้ำหวานหน้าร้านขายแว่นตา สี่แยกมาเรียม ถนนมะกรูดต.สะบารัง จึงประมาณกู้เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ปิดเส้นทางดังกล่าวชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่จึงได้นำหุ้นยนต์กู้ระเบิดเข้าทำการตรวจสอบก่อนจะพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลาระเบิด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้สวมชุดหุ้มเกราะเข้าทำการกู้ระเบิดโดยการนำอุปกรณ์ทำการกระชากระเบิดเพื่อตัดวงจรระเบิด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบจนพบว่าระเบิดวงจรถูกตัดแล้ว โดยคนร้ายได้ตั้งเวลาระเบิดอยู่ที่20.00 น. ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะให้เกิดระเบิดพร้อมกันกับระเบิดทั้ง2 ลูกเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ลูกดังกล่าวระเบิดอาจจะไม่ทำงาน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในท่อเหล็กกลม หนักประมาณ2 กก.จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา

ด้าน เจ้าหน้าที่ร้านแว่นดังกล่าว เล่าเหตุการณ์ระทึกว่า ช่วงเช้าได้มาที่ร้านแว่นเพื่อทำน้ำหวานเตรียมที่จะขายในช่วงเช้า แต่ระหว่างที่กำลังจะจัดโต๊ะก็ได้เห็นถุงพลาสติกอยู่ใต้โต๊ะ จึงได้เปิดออกดูถึงกับสะดุ้งตกใจเพราะรู้ว่าเป็นระเบิดจึงวิ่งหนีออกจากร้านก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากทางร้าน ปรากฏว่ากล้องสามารถจับภาพคนร้ายได้ชัดเจน โดยคนร้ายสองคนใส่ชุดกีฬาใช้รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟสีดำเป็นพาหนะ คนขับใส่เสื้อกีฬาลายขาวเขียว กางเกงบอลขาสั้นสีดำ สวมหมวกกันน๊อคคนซ้อนท้ายใส่เสื้อกันหนาวสีขาวแขนยาว กางเกงบอลสีดำ โดยคนร้ายที่ซ้อนท้ายลงจากรถ จยย.นำระเบิดแสวงเครื่องมาวางไว้ใต้โต๊ะขายน้ำหวานช่วงเวลา19.50 น. โดยตั้งเวลาระเบิดไว้ที่20.00 น. จากนั้นได้เดินขึ้นรถ จยย.ขับหลบหนีไป

ขณะที่บริเวณบริเวณถนนพิพิธ หน้าตลาดโต้รุ่ง ซึ่งเกิดระเบิดเมื่อคืนที่ผ่านมา พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผบก.สส.จชต. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด และชุดพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทั้งสองจุดเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ โดยพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่หาข่าวความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยรวมไปถึงคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้โดยเฉพาะให้เร่งดำเนินการตรวจสอบภาพจากกล้องวงวรปิดทุกตัวเชื่อว่าน่าจะพบบุคคลก่อเหตุ เบื้องต้นพอทราบข้อมูลบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้หน่วยความมั่นคงได้มีการประสานให้เพิ่มมาตราการณ์คุมเข้มในเขตเมืองปัตตานี เพราะพบความเคลื่อนไหวของบุคคลที่จะเข้ามาก่อกวนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จึงขอความร่วมมือประมาชนให้ช่วยกันสอดส่องบุคคลต้องสงสัยรวมไปถึงวัตถุต้องสงสัยหากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ขณะที่ ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สายข่าวได้มีการรายงานมาก่อนว่า กลุ่มก่อความไม่สงบโดยมีแกนนำระดับปฏิบัติการณ์2 คน คือ นายอับดุลเลาะ มะแด และนายมูฮํมหมัด กาซอ มือระเบิดในพื้นที่เขต อ.เมืองปัตตานี ได้มีการประชุมวางแผนร่วมกับแนวร่วมชุดใหม่ในพื้นที่ที่ผ่านการฝึกในประเทศเพื่อนบ้านโดยมีการเตรียมระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา จำนวน4 ลูกให้แนวร่วมชุดใหม่นำมาก่อเหตุในเขตเมืองปัตตานี เพื่อทดลองงานหากผ่านการฝึกครั้งนี้จะได้ยกระเบิดเป็นชุดปฏิบัติการณ์ในพื้นที่ ซึ่งสายข่าวยังระบุอีกว่า ระเบิดขนาดเล็กยังคงกระจายในอีกหลายพื้นที่เพื่อหวังสร้างความวุ่นวายในพื้นที่และพยายามให้เกิดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจในพื้นที่เขตเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หน่วยความมั่นคงได้มีการประสานไปยังทุกภาคส่วนให้มีการเพิ่มมาตราการณ์คุมเข้มอย่างเข้มงวด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...