โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รัฐบาลปิดบังข้อเท็จจริงภาษีสหรัฐ ทิ้งผู้ประกอบการไทยในความมืด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 00.41 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 00.30 น.

เมื่อสหรัฐอเมริกาประกาศจัดเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับไทยในอัตรา 36% ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 ภาพความจริงที่เผยออกมาแล้วนั้น เปรียบเสมือนภูเขานํ้าแข็ง ที่เรามองเห็นเพียงยอดแค่ส่วนเดียว ขณะที่ก้อนใหญ่ยังจมอยู่ใต้ผิวนํ้า

รัฐบาลไทย กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงการคลัง ได้ปิดบังข้อเท็จจริงสำคัญที่ทำให้ผู้ส่งออกไทย SMEs และประชาชนไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง ส่งผลให้การวางแผนรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ผิดพลาดและล่าช้าไปมาก

ภาษีตอบโต้ 36% ที่รัฐบาลเน้นยํ้าอย่างเดียว เป็นเพียงชิ้นเดียวในจิ๊กซอว์ภาระภาษีที่ผู้ส่งออกไทยต้องเผชิญ ความจริงที่น่าสะเทือนใจคือ สินค้าไทยหลายรายการต้องเสียภาษีในสหรัฐรวมกันสูงถึง 50-60% เมื่อนับรวมภาษีทุกประเภทที่มีอยู่

ความจริงแล้วสินค้าไทยบางตัวต้องแบกรับภาระภาษีถึง 5 ชนิดพร้อมกัน ได้แก่ ภาษีพื้นฐาน MFN (2-5%) ภาษีตามมาตรา 232 ที่บังคับใช้กับเหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ในอัตรา 25% ภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) ที่บางรายการสูงถึง 300% อย่างแผงโซลาร์เซลล์ ภาษีตามมาตรา 301 และภาษีตอบโต้ใหม่ 36% ที่จะมาถาโถมในเดือนสิงหาคมนี้

ยกตัวอย่าง เฟอร์นิเจอร์ที่ต้องเสียภาษีปกติ 3% ภาษีการทุ่มตลาด 30% และภาษีตอบโต้ 36% รวมกันเป็น 69% หรือแผงโซลาร์เซลล์ที่ต้องเสียภาษีการทุ่มตลาดสูงถึง 300% บวกกับภาษีตอบโต้อีก 36% ทำให้ต้นทุนพุ่งสูงเกินกว่าจะแข่งขันได้

การปิดบังข้อเท็จจริงนี้ ทำให้ผู้ประกอบการไทยหลายรายตกใจเมื่อรู้ความจริง ที่ผ่านมาพวกเขาคิดว่าเพียงแค่เตรียมรับมือกับภาษีตอบโต้ 36% เท่านั้น แต่เมื่อรู้ว่า ต้องเผชิญภาษีรวมสูงถึง 50-60% หลายรายเริ่มพิจารณาปิดกิจการ หรือ เปลี่ยนไปนำเข้าสินค้าจากจีนที่ราคาถูกกว่ามาจำหน่ายแทน

ข้อเท็จจริงที่น่าเป็นห่วงอีกประการหนึ่ง ที่รัฐบาลไม่เน้นยํ้าเพียงพอ คือ ความเสียเปรียบของไทย เมื่อเทียบกับเวียดนาม ซึ่งถูกเก็บภาษีตอบโต้เพียง 20% ต่ำกว่าไทยถึง 16% ช่วงห่างนี้เพียงพอที่จะทำให้นักลงทุนต่างชาติหันไปลงทุนที่เวียดนามแทน โดยเฉพาะธุรกิจประเภท Footloose Industry ที่มุ่งส่งออกไปตลาดสหรัฐเป็นหลัก

ผู้ประกอบการหลายรายออกมาแสดงความคิดเห็นว่า หากรัฐบาลเปิดเผยข้อเท็จจริงตั้งแต่แรก พวกเขาจะได้เตรียมมาตรการรับมือที่เหมาะสม เช่น การหาตลาดทดแทน การปรับโครงสร้างต้นทุน หรือการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

กลุ่มโซลาร์เซลล์ที่ต้องเสียภาษีการทุ่มตลาด 300% บวกกับภาษีตอบโต้ 36% ระบุว่า หากรู้ข้อเท็จจริงตั้งแต่แรก จะได้วางแผนเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดหรือปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ก่อนที่จะสายเกินไป

รัฐบาลควรเร่งเปิดเผยข้อเท็จจริงครบถ้วนเกี่ยวกับภาระภาษีทั้งหมดที่ผู้ส่งออกไทยต้องเผชิญ รวมถึงจัดทำข้อมูลรายละเอียดภาษีแยกตามประเภทสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนรับมือได้อย่างเหมาะสม

การปิดบังข้อเท็จจริงไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม แต่จะทำให้ปัญหาใหญ่ขึ้น เมื่อความจริงถูกเปิดเผยในที่สุด รัฐบาลควรกลับมาทำหน้าที่ในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทบรรณาธิการ หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 45 ฉบับที่ 4,115 วันที่ 20 - 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...