โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลศก.พื้นที่พังหมื่นล้าน ประชาชน 2 ประเทศ รอความหวังยุติโดยเร็ว ก่อนหมดตัว!!

สยามรัฐ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 23.01 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 23.00 น.

ปัญหาความวุ่นวายตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเวลานี้ ส่งผลต่อรายได้ของพี่น้องประชาชนคนไทยที่อาศัยการค้าตามแนวชายแดนในการประกอบอาชีพ หารายได้จุนเจือครอบครัว ไม่สามารถส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศกัมพูชา หรือประเทศเวียดนามได้

โดนเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีอายุในการค้าขายสั้น เกิดการเน่าเสียต้องทิ้ง ส่งผลให้สูญเสียรายได้หลายแสนบาท

เนื่องจากด่านการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา เปลี่ยนแปลงเวลาเปิด-ปิดด่าน!!

ซึ่งเป็นการกระทำทั้งฝั่งไทย และฝั่งกัมพูชา ที่ปฏิบัติตามคำสั่งปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทั้งจุดผ่านแดนถาวร และจุดผ่อนปรนชายแดน และตลอดแนวทั้ง 18 แห่งในพื้นที่ 7 จังหวัด

แต่ถึงแม้ว่าด่านถาวร 5 ด่านที่อยู่ในความดูแลของกรมศุลกากรไม่มีปิด แต่จุดผ่อนปรนแม้จะปิดแต่ยังเปิดช่องให้ผู้คนสามารถเดินทางข้ามผ่านแดนได้ตามช่วงเวลาที่ประกาศไว้ ยกเว้นสินค้า ซึ่งจะไม่สามารถผ่านได้ แน่นอนผลกระทบที่ตามมาจะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่สามารถขนส่งสินค้าผ่านจุดผ่อนปรมได้

ทั้งนี้ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ท่าทีของหอการค้าไทย สนับสนุนความถูกต้องยึดความมั่นคงและอธิปไตย ซึ่งภาคเอกชนโดยรวมยังไม่กังวลต่อการค้าและการลงทุนโดยภาพรวม เนื่องจากการส่งออกของไทยมีหลายช่องทาง อีกทั้งประเทศติดชายแดนไทยสินค้าไทยยังเป็นที่นิยมและผู้บริโภคติดแบรนด์สินค้าไทย ด้านแรงงานสามารถหาแรงงานอีกหลายประเทศมาทดแทน ส่วนที่ได้ผลกระทบโดยตรง ที่น่าห่วง คือ การค้ารายย่อยๆ ที่มีการค้ารายวันตามชายแดน

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์การค้าชายแดนไทยกับกัมพูชา ว่า กรมฯติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการประชุมหารือกับตัวแทนหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยต่อเนื่อง ซึ่งหากสถานการณ์หน้าด่านชายแดนติดกับกัมพูชายังผันผวนยืดเยื้อ ก็จะประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น ภาคเอกชนยังยืนยันว่าการขนส่งสินค้าโดยภาพรวมยังปกติ อาจมีบางช่วงที่มีติดในเรื่องเวลาเปิดหรือปิด แต่หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ ภาคเอกชนอาจต้องมีการปรับการบริหารจัดการเรื่องขนส่ง ส่วนตัวเลขการค้าชายแดนอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูล

เช่นเดียวกับ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมฯติดตามสถานการณ์การค้าในภาคตะวันออก ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลไม้ โดยเฉพาะในพื้นที่จ.จันทบุรี พบว่า การซื้อขายยังเป็นปกติ การส่งออกทุเรียนและมังคุดคัดเกรดไปจีนสามารถส่งออกได้ และอยู่ในช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยวคาดว่าผลผลิตจะหมดภายในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ โดยกรมฯได้เร่งเข้าไปประสานในพื้นที่ เพื่อนำออกกระจายนอกแหล่งผลิต ภายในประเทศ ซึ่งตลาดภายในประเทศสามารถรองรับผลผลิตในส่วนนี้ได้เพื่อช่วยระบายผลผลิตและรักษาเสถียรภาพราคา

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานองค์การนายจ้างผู้ประกอบการการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ เดือนเม.ย. 2568) แรงงานกัมพูชาที่ถูกกฎหมายในไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 515,350 คน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 14% ของแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านใน 3 สัญชาติหลัก คือ เมียนมา 2.994 ล้านคน หรือ 79% และ ลาว 282,000 คน

หากรวมแรงงานผิดกฎหมาย คาดว่าแรงงานกัมพูชาทั้งหมดในไทยอาจสูงถึงประมาณ 800,000 คน การที่รัฐบาลกัมพูชาบอกว่าจะดึงคนกลับง่ายๆ ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะแรงงานกลุ่มนี้ส่งเงินกลับประเทศคิดเป็นอัตราขั้นต่ำค่าแรงครึ่งหนึ่งประมาณ 43,600 ล้านบาทต่อปี ซึ่งอาจจะมากกว่านี้ด้วยซ้ำ หากแรงงานกัมพูชากลับไปจะไม่มีงานทำและจะกลายเป็นปัญหาสังคมที่สำคัญของกัมพูชาเอง

ขณะที่ รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า หากปิดด่าน 100% เต็ม ก็มองว่าจะเกิดความเสียหาย คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจอยู่ที่หลัก 10,000 ล้านบาทต่อเดือน ทั้งนี้ต้องประเมินสถานการณ์ต่อไป ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะยืดเยื้อแค่ไหน แต่ในเบื้องต้นหอการค้าไทยมองว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก ซึ่งยังไม่มีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจมหภาครุนแรง แต่จะเป็นการส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่มากกว่า

ปัจจุบันความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา ยังมีต่อเนื่อง และหากยังไม่จบในเร็ววัน เศรษฐกิจชายแดนของ 2 ประเทศ ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ รวมถึงความเดือดร้อนของประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งได้แต่หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็วเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ก่อนที่จะหมดตัว!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...