โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทางสองแพร่งการทูตสหรัฐฯ ทรัมป์ขีดเส้นตาย ‘โจมตี’ อิหร่าน ชี้จะตัดสินใจภายใน 2 สัปดาห์

The Momentum

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 05.15 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (20 มิถุนายน 2025) แคโรไลน์ เลวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประกาศขีดเส้นตายแผนการโจมตีอิหร่านไว้ที่ 2 สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ระบุว่า เตหะรานยังลังเลที่จะผลิต ‘ระเบิดนิวเคลียร์’

“ตามข้อเท็จจริง โอกาสการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นในเร็วนี้ๆ ผมจะตัดสินใจเองว่า จะโจมตีอิหร่านหรือไม่ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า”

เลวิตต์แถลงข่าวกรณีท่าทีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน โดยข้างต้นคือคำพูดจากทรัมป์ที่เธอแจ้งต่อสื่อเพื่อให้ได้รับทราบตรงกัน พร้อมย้ำว่า สิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการคือ การไม่ให้อิหร่านสะสมแร่ยูเรเนียมที่นำไปสู่การพัฒนาและครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตามสำนักข่าว The New York Times ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้อยแถลงของทรัมป์อาจไม่เป็นความจริง หลังทรัมป์มักใช้เงื่อนไขเวลาดังกล่าวกับการแก้ไขปัญหาทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นภาษี นโยบายด้านสุขภาพ การเปิดเหมืองแร่ การต่อสู้กับกลุ่ม ISIS จนถึงคำถามจากนักข่าวตั้งแต่ 2 เดือนที่ผ่านมาว่า ทรัมป์ไว้ใจ วลาดีมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ผู้นำรัสเซีย ได้จริงหรือไม่

“ผมจะแจ้งให้คุณทราบภายใน 2 สัปดาห์นะ” ทรัมป์ตอบผู้สื่อข่าวในทำเนียบขาวเมื่อ 2 เดือนก่อน ซึ่งคล้ายกับบทสนทนาระหว่างโฆษกทำเนียบขาวกับผู้สื่อข่าวในวันนี้ โดยเลวิตต์ไม่ได้ตอบคำถามสื่อหลังมีนักข่าวตะโกนถามว่า จะแน่ใจได้อย่างไรว่าทรัมป์จะยึดถือเงื่อนเวลานี้จริงๆ

ขณะเดียวกันหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิหร่านยังไม่มีแผนการผลิตอาวุธนิวเคลียร์อย่างระเบิด แม้ว่ามีแร่ยูเรเนียมมากพอก็ตาม ยกเว้นในกรณีที่สหรัฐฯ โจมตีฟอร์โด (Fordo) โรงงานพัฒนานิวเคลียร์ หรือเปิดปฏิบัติการสังหาร อายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ข้อมูลจากมอสซาด (Mossad) หน่วยข่าวกรองอิสราเอล ว่าอิหร่านมีศักยภาพสูงจนถึงขั้นสร้างอาวุธร้ายแรงขึ้นภายใน 5 วัน แต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ และกลุ่มสปายชาวอเมริกันประเมินข้อมูลทั้งหมดที่มีและสรุปได้ว่า อิหร่านต้องใช้อย่างต่ำ 1 ปีหรือหลายเดือน จึงจะสามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้

แต่ทางการสหรัฐฯ ก็ประเมินข้อมูลอีกแนวทางว่า ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ อิหร่านสามารถร่นเวลาการผลิตอาวุธร้ายแรงนี้ได้ แต่ประสิทธิภาพจะน้อยลง ละคล้ายคลึงกับระเบิดที่สหรัฐฯ ทิ้งลงเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ในสงครามโลกครั้งที่ 2

ทางสองแพร่งทางการทูตของสหรัฐฯ: ทรัมป์ 2.0 กับภารกิจสงบศึกในตะวันออกกลาง

‘การทูตวินาทีสุดท้าย’ หรือ ‘เปิดศึกกับอิหร่าน’

ถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากที่สุดของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ในสงครามระหว่างชาติมหาอำนาจในตะวันออกกลาง เพราะสหรัฐฯ เป็นตัวแปรเดียวที่สามารถทำลายล้างโรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โด (Fordo) ของอิหร่าน ด้วยการใช้ B-2 Spirit เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน ทิ้งระเบิด GBU-57 เพื่อกำจัดต้นตอที่สร้างความไม่พอใจให้กับอิสราเอล แต่นั่นก็เท่ากับว่า สหรัฐฯ จะกลายเป็นหนึ่งในตัวแสดงของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งสวนทางคำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ผ่านมาว่า จะไม่ยุ่งกิจการภายนอกอย่างสงคราม

การมีอยู่ของฟอร์โดถือเป็นปัญหาคาราคาซังสำหรับสหรัฐฯ โดยกินเวลาตั้งแต่ยุคประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช (George W. Bush) จนถึง โจ ไบเดน (Joe Biden) อดีตผู้นำสหรัฐฯ หลังหน่วยข่าวกรองประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ยืนยันตรงกันว่า อิหร่านซ่องสุมสร้างโรงงานนิวเคลียร์ลับ เป็นเหตุให้สหรัฐฯ เปิดโต๊ะเจรจากับอิหร่านตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา แต่ปัญหาก็ไม่สิ้นสุด เพราะเตหะรานปฏิเสธส่งข้อมูลบางส่วนให้กับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency: IAEA) เช่น แผนการออกแบบและวัตถุประสงค์การก่อสร้าง

แม้ในปี 2015 มีความคืบหน้าอย่างการลงนามแผน JCPOA (Joint Comprehensive Plan of Action) ที่ให้บทบาทมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน เยอรมนี สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร เข้ามาดูแลกำกับโรงงานนิวเคลียร์ เพื่อแลกกับการไม่คว่ำบาตรอิหร่าน โดย IAEA รายงานตลอดว่า เตหะรานได้เจือจางแร่ยูเรเนียมให้มีความเข้มข้นน้อยลงกว่า 5%

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดมาถึงขีดสุดในปี 2023 หลัง IAEA ตรวจพบแร่ยูเรเนียมที่ผ่านการสกัดจนบริสุทธิ์เทียบเท่าการผลิตอาวุธถึง 83.7% จาก 90% โดยไม่ผ่านการแจ้งให้ทราบ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหา ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับอิสราเอลที่มองว่า นิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อประเทศอย่างมาก หากแต่ไม่มีวิธีการเข้าถึงโรงงานที่ไร้ความเสี่ยง นอกจากเปิดปฏิบัติการคอมมานโดและทิ้งระเบิดโดยตรง ทำให้ เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เรียกร้องให้สหรัฐฯ จัดการแทน ตั้งแต่ยุคบุชมาตลอด

ทว่าแนวโน้มการโจมตีอิหร่านยังเป็นเรื่องยากสำหรับสหรัฐฯ เพราะภายในพรรครีพับลิกัน (Republican Party) เผชิญ ‘ภาวะเสียงแตก’ โดยเชื่อว่า การทำลายต้นตออาวุธนิวเคลียร์ เพื่อช่วยพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นเรื่องน่าอภิรมย์และจำเป็นเท่าไร หากพิจารณาในแง่ผลประโยชน์แห่งชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม MAGA ที่สนับสนุนทรัมป์เชื่อว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ควรหลีกเลี่ยงสงครามนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรโดยสิ้นเชิง

ก่อนหน้านี้ ทักเกอร์ คาร์ลสัน (Tucker Carlson) อินฟลูเอนเซอร์สายโปรทรัมป์วิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ ควรเรียนรู้บทเรียนจากการบุกอิรักและอัฟกานิสถานในอดีต ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร นอกจากทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางแย่ลง พร้อมทั้งแนะนำให้ทรัมป์ทิ้งอิสราเอล และปล่อยให้ 2 มหาอำนาจสู้กันเอง

อ้างอิง

- https://www.nytimes.com/live/2025/06/19/world/iran-israel-trump-news#iran-nuclear-weapons-assessment

- https://www.aljazeera.com/news/2025/6/19/what-is-irans-fordow-nuclear-facility-and-could-us-weapons-destroy-it

- https://www.nytimes.com/2025/06/19/world/middleeast/trump-iran-two-weeks.html

- https://www.nytimes.com/2025/06/16/us/politics/trump-iran-diplomacy-conflict.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...