โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

8 หุ้นแบงก์ร่วง BBL นำกลุ่มลบ 3.11% กังวล ผู้ว่า ธปท. คนใหม่ 'โบรก'ชี้ กระทบแค่เซนติเมนต์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 04.01 น.

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 15 ก.ค.2568 เวลา 10.20 น.หุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวร่วงยกแผง นำโดย

  • หุ้น BBL ร่วง 3.11% ลดลง 4.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 140.00 บาท
  • หุ้น KBANK ร่วง 2.52% ลดลง 4.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 154.50 บาท
  • หุ้น KTB ร่วง 2.30% ลดลง 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 21.20 บาท
  • หุ้น LHFG ร่วง 1.28% ลดลง 0.01 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 0.77 บาท
  • หุ้น SCB ร่วง 1.26% ลดลง 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 117.50 บาท
  • หุ้น TTB ร่วง 1.59% ลดลง 0.03 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.86 บาท
  • หุ้น KKP ร่วง 0.52% ลดลง 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 47.50 บาท
  • หุ้น BAY ร่วง 0.46% ลดลง 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 21.80 บาท

วทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้นในกลุ่มธนาคารปรับตัวลดลงโดยปัจจัยสำคัญที่เข้ามาจากความกังวลต่อการคาดการณ์แต่งตั้งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีกำหนดพิจารณาในวันนี้

โดยคาดการณ์ผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่ ที่หลายสื่อเผยแพร่ชื่อออกไป คาดว่าผู้ที่น่าจะได้รับตำแหน่งคือ นายวิทัย รัตนากร ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินนโยบายการเงินค่อนข้างผ่อนคลาย หรืออาจมีการลดอัตราดอกเบี้ย ตลาดจึงคาดหวังกับประเด็นดังกล่าวอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม การที่ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน แต่ทว่าหุ้นในกลุ่ม Non-Bank เช่น MTC TIDLOR และ SAWAD กลับปรับตัวขึ้นได้ดีและ outperform ตลาด แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังคาดหวังกับประเด็นการลดดอกเบี้ยนี้อย่างชัดเจน

นอกจากประเด็นผู้ว่าฯ ธปท. แล้ว กลุ่มแบงก์ยังกำลังเข้าสู่ช่วงของการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/68 ซึ่งอาจมีแรงขายออกมาล่วงหน้าก่อนที่จะทราบผลที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม มองว่าปัจจัยทั้งหมดนี้เป็นเพียงsentiment เท่านั้น

"กลุ่มแบงก์ยังแกร่ง ไม่น่ากังวล แม้จะมีความกังวลในระยะสั้น แต่ในแง่ของพื้นฐานแล้ว กลุ่มแบงก์ยังไม่มีสัญญาณอะไรที่น่ากลัว สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2 ปีนี้ คาดการณ์กำไรโดยรวมของกลุ่มแบงก์จะอยู่ที่ประมาณ 5.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังถือว่าเติบโตได้ 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ราคาหุ้นยังไม่แพง value ยังต่ำ และมีอัตราการจ่ายปันผลที่ดี มองจังหวะที่ย่อลงมาเป็นจังหวะทยอยสะสมเข้าซื้อได้"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...