โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘แพทองธาร’ สั่ง ปรับโครงสร้างราคา ‘พลังงาน’ ให้เป็นธรรม ช่วย ปชช.

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 04.43 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 07.00 น.

ที่ห้องประชุม The Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร C Energy Complex (EnCo)กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 5/2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า จำนวน 42 คน เข้าร่วมประชุม

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ มีความเคลื่อนไหว และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องข้อมูลข่าวสาร ซึ่งประชาชนได้รับข้อมูลมากมาย ที่ไม่มีที่มาทั้งบางเรื่องมาจาก การสร้างขึ้นของ AI หรือ จากไม่มีแหล่งที่มา บางครั้งอาจทำให้เกิดความสับสน ขอสั่งการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ติดตามและดำเนินการจัดการข่าวปลอม (เฟคนิวส์) อย่างจริงจัง และเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงการผลักดันการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่ง ณ วันนี้ เหลือเวลาอีกประมาณ 4 เดือน จะสิ้นสุดปีงบประมาณ 2568 ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณที่ค้างอยู่ตั้งแต่ปี 2567 ให้แล้วเสร็จ เพราะหากเบิกจ่ายไม่ทัน อาจจะทำให้สูญเสียโอกาสสำคัญในการนำงบประมาณไปพัฒนาประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมหัวหน้าส่วนราชการในวันนี้ กระทรวงพลังงานเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม รัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าชั่วคราวในช่วงเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2568 ให้ไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้ ในระยะยาว ขอมอบหมายให้ กระทรวงพลังงาน ดำเนินการปรับโครงสร้างราคาพลังงานไฟฟ้าให้มีความสมดุล ครอบคลุม 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.ประชาชนต้องเข้าถึงไฟฟ้าที่มั่นคง มีการผลิตที่เพียงพอ 2.ราคาต้องเป็นธรรม และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และ 3.ต้องมุ่งสู่การผลิตไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยใช้พลังงานสะอาด พร้อมทั้งมีระบบซัพพลายไฟฟ้าที่ไม่สร้างภาระเกินควรแก่ประชาชน

“สถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ไทย - กัมพูชา รัฐบาลดำเนินการด้วยแนวทางสันติวิธีมาโดยตลอด และจะพยายามทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับไปทำมาหากิน ประกอบอาชีพ และเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมั่นคง โดยขอให้ทุกกระทรวง และผู้บริหารระดับสูงของทุกหน่วยงาน เร่งดูแลพี่น้องประชาชนในความรับผิดชอบของตนเอง ให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ และมีความปลอดภัยในการดำรงชีวิต ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงจะทำให้เรามีฐานข้อมูลที่ครอบคลุม ซึ่งการรวมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้วิเคราะห์ และวางนโยบายได้ตรงจุดมากขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น ChatGPT ที่มีความสามารถจากการรวมข้อมูลจำนวนมหาศาลไว้ในระบบ หากภาครัฐสามารถมีระบบฐานข้อมูลร่วมกันในลักษณะนี้ ก็จะช่วยให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไป และเป็นประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงแรงงาน และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์ประเทศอิสราเอล และอิหร่านว่า ที่อิสราเอลมีคนงานอยู่ประมาณ 40,000 ราย และที่อิหร่านมีอยู่ประมาณ 300 กว่ารายได้ประสานงานกันเป็นที่เรียบร้อยซึ่งทั้งหมดปลอดภัย และพร้อมนำแรงงานกลับหากมีสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจให้อพยพ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์อยู่ในขณะนี้ ส่วนสถานการณ์แรงงานกัมพูชาในประเทศไทยยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการขอกลับประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด ซึ่งที่ปรากฏเป็นภาพข่าวส่วนใหญ่เป็นแรงงานกัมพูชาที่ทำงานอยู่ในแนวชายแดนซึ่งเดินทางไป-กลับอยู่เป็นประจำ

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...