โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

3 มิติของภาคการเงินไทย เชื่อมโยงกัมพูชา ไม่มาก แต่ยังมีบางประเด็นต้องติดตามใกล้ชิด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 10.48 น.

จากกรณีระหว่างไทยและกัมพูชาที่หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนยังอยู่ระหว่างติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการรวบรวม ประเมินผลเบื้องต้น และมีมุมมองต่อประเด็นที่ภาคการเงินของไทยมีความเชื่อมโยงกับกัมพูชาใน 3 มิติ ดังนี้
• มิติการโอนเงินและชำระเงิน หากเป็นการโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบโอนเงินดิจิทัลระหว่างไทยกับกัมพูชา ยังดำเนินการได้ต่อเนื่อง ขณะที่ การปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับธุรกรรมด้านการค้าระหว่างไทย-กัมพูชาสามารถทำผ่านเครื่องมือปกติได้ เนื่องจากเกือบทั้ง 100% ของธุรกรรมด้านการค้าระหว่างประเทศของไทยกับกัมพูชาอยู่ในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินบาท (ไม่ใช่สกุลเงินเรียลของกัมพูชา)
ข้อมูล ณ ไตรมาสที่ 1/2568 สัดส่วนธุรกรรมการรับชำระค่าสินค้าส่งออกของไทย (จากคู่ค้าในกัมพูชา) อยู่ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินบาท ประมาณ 68.6% และ 31.3% ของมูลค่าสินค้าส่งออกไทยไปกัมพูชา ตามลำดับ ขณะที่ สัดส่วนธุรกรรมการชำระค่าสินค้านำเข้าของไทย (กับคู่ค้าในกัมพูชา) อยู่ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินบาท 49.3% และ 49.8% ของมูลค่าสินค้าเข้าจากกัมพูชา (รูปที่ 1)
อย่างไรก็ดี การปิดความเสี่ยงจาก FX เป็นเพียงการจำกัดผลกระทบบางส่วน เพราะคงต้องต้องยอมรับว่า ยังมีประเด็นข้อกังวลด้านอื่นของภาคธุรกิจที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงหลังจากนี้ เช่น ความคล่องตัวของการทำธุรกรรมเงินสด ตลอดจนผลกระทบด้านการค้า/กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อยู่บริเวณชายแดน และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากคู่ค้าและธุรกิจที่ประกอบกิจการในฝั่งกัมพูชา
• มิติการลงทุนในสินทรัพย์กัมพูชา ผู้ลงทุน (ประกอบด้วย ผู้ลงทุนรายย่อยที่ลงทุนผ่านตัวแทนการลงทุน และกองทุนรวม ไม่นับรวมกองทุนส่วนบุคคล) ในตราสารการเงินกัมพูชาในปัจจุบัน มีเพียงกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่ลงทุนผ่านตัวแทน ขณะที่ ยอดคงค้างการลงทุนทั้งหมดเป็นการลงทุนในตราสารทุน ซึ่งได้ทยอยปรับตัวลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุด ณ เม.ย. 2568 มียอดคงค้างอยู่ที่ 0.42 ล้านดอลลาร์ฯ คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.003% ของยอดการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศของรายย่อยฯ ทั้งหมดโดยรวม (รูปที่ 1)
เป็นที่น่าสังเกตว่า กองทุนรวมในไทยไม่มีการลงทุนในตราสารการเงินกัมพูชา ดังนั้น จากข้อมูลเบื้องต้น ความเชื่อมโยงโดยตรงของการลงทุนรายย่อยฯ และกองทุนรวมต่อสินทรัพย์การเงินของกัมพูชา น่าจะมีค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์ตลาดอื่น ๆ ที่เป็นที่นิยมมากกว่า เช่น สหรัฐฯ ลักเซมเบิร์ก จีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ตามลำดับ
• มิติภาคการธนาคาร ในปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์ของไทยมีการเข้าไปให้บริการทางการเงินในกัมพูชาในรูปแบบของการตั้งสาขาหรือให้บริการผ่านบริษัทการเงินในเครือที่ตนเองถือหุ้น เช่น บริการชำระเงิน-โอนเงินดิจิทัลข้ามประเทศ บริการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด บริการด้านเงินฝาก และสินเชื่อเพื่อสนับสนุนธุรกิจและรายย่อย
อย่างไรก็ดี หากมองในมิติของ Exposure ในกัมพูชาของธนาคารพาณิชย์ 5 แห่ง พบว่า ยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการดำเนินงานในประเทศไทย โดยขนาดสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝากในกัมพูชา มีสัดส่วนประมาณ 0.41%, 0.42% และ 0.26% เมื่อเทียบกับยอดคงค้างทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ในไทยตามลำดับ (รูปที่ 2)
ในเบื้องต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า พัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยข้อกังวลส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นในเรื่องธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจบริเวณแนวชายแดน อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อภาคธนาคารของไทยจะอยู่ในขอบเขตที่สามารถบริหารจัดการได้
ทั้งนี้ เนื่องขนาด Exposure ในด้านต่าง ๆ ในกัมพูชาของธนาคารพาณิชย์ไทยยังมีสัดส่วนไม่สูง ซึ่งสะท้อน 2 ภาพสำคัญ คือ 1. ในการออกไปให้บริการทางการเงินในต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์จะใช้กลยุทธ์การดำเนินงานที่ระมัดระวังอยู่แล้ว โดยคำนึงถึงความพร้อมของทรัพยากรด้านการเงิน และกำหนดขอบเขตการให้บริการทางการเงินเฉพาะในด้านที่มีความถนัด และสอดคล้องกับความเชื่อมโยงของการค้า การลงทุน และพื้นฐานทางเศรษฐกิจ 2. ธนาคารพาณิชย์มีการติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงบริหารจัดการความเสี่ยงในธุรกิจต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ดังนั้น จึงทำให้มั่นใจว่าธนาคารพาณิชย์ไทยสามารถดูแลควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในกัมพูชานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...