ศุภวุฒิ เตือน เศรษฐกิจโลกและไทย เผชิญ 5 ความเสี่ยงใหญ่
ศุภวุฒิเตือน 5 ความเสี่ยงใหญ่ต่อ เศรษฐกิจโลกและไทย โครงสร้างประชากรสูงวัย หนี้สาธารณะของประเทศมหาอำนาจ การเร่งตัวของ AI ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ESG และ Climate Change
วันที่ 27 มิ.ย.2568 ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยในงานสัมมนา CFO Annual Conference on Capital Markets ในหัวข้อ Thai listed Companies Challenges & Opportunities ว่า โลกกำลังเผชิญกับ 5 ความเสี่ยงหลัก ที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางการลงทุนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
1. โครงสร้างประชากรสูงวัย
ประชากรโลกโดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ฐานภาษีลดลง ขณะที่ภาระงบประมาณด้านสวัสดิการเพิ่มขึ้น เป็นแรงกดดันระยะยาวต่อเสถียรภาพการคลัง
2. หนี้สาธารณะของประเทศมหาอำนาจ
โดยหนี้สาธารณะของประเทศพัฒนาแล้วเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสัดส่วนหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ( GDP) เพิ่มขึ้นจาก 85% เมื่อปี 2010 เป็นกว่า 110% ในปี 2025 โดยประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดที่สุด 2 ประเด็น คือ
1.การพิมพ์เงินเพื่อชดใช้หนี้ของประเทศเศรษฐกิจหลัก คาดว่าภายใน 5-6 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะหากมีการเปลี่ยนตัวผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ประเทศใหญ่ๆ ที่มีปัญหาหนี้สาธารณะจะกดดันให้ธนาคารกลางพิมพ์เงินเพื่อสร้างเงินเฟ้อ และลดมูลค่าที่แท้จริงของหนี้
2. แนวคิด ‘การถูกเอาเปรียบ’และมาตรา 899 ของสหรัฐฯ ซึ่งให้อำนาจรัฐมนตรีคลังในการระบุประเทศที่ถือว่าเอาเปรียบสหรัฐฯ ในด้านภาษี ซึ่งอาจมีการเรียกเก็บภาษีจากพลเมืองของประเทศเหล่านั้นที่เข้ามาซื้อสินทรัพย์ของสหรัฐฯ
3. การเร่งตัวของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ทั้งนี้ AI กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ทั้งในภาคการผลิต การแพทย์ ความมั่นคง และการคาดการณ์ความเสี่ยง
ตัวอย่างเช่น บริษัท Palantir ของสหรัฐ ที่ได้รับสัญญากับฝ่ายความมั่นคงเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลระดับลึก
นอกจากนี้ AI ยังช่วยเร่งกระบวนการวิจัยยา และการเรียนรู้ในรูปแบบ AI Tutor ซึ่งมีผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและแรงงานในอนาคต
โดยมองว่าในระยะถัดไปเทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยบวกที่สามารถช่วยบรรเทาอีกหลายปัญหา เช่น ภาวะประชากรสูงวัย ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการจัดเก็บภาษี แต่หากไม่สามารถใช้โอกาสนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจโลกอาจต้องเผชิญกับความเปราะบางยิ่งขึ้น
4. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)
แนวโน้มการเมืองโลกเปลี่ยนไปในทิศทางอนุรักษนิยม์ หลายประเทศกลับไปเน้นอธิปไตยแห่งรัฐ ลดความร่วมมือข้ามชาติ สหรัฐฯถอนตัวจากหลายเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น Paris Agreement และองค์การอนามัยโลก ( WHO)
ขณะที่ความขัดแย้งกับจีนยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเสถียรภาพการค้าโลก โดยไทยในฐานะประเทศที่พึ่งพาทั้งสหรัฐและจีน อาจได้รับผลกระทบโดยตรง
5. ความไม่แน่นอนการขับเคลื่อน ESG และ Climate Change
ดร.ศุภวุฒิกล่าวว่า แม้ ESG จะเป็นแนวโน้มสำคัญ แต่หากไม่มีผู้นำระดับโลกอย่างสหรัฐฯและจีนร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะเป็นอุปสรรคใหญ่ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change )ที่เป็น Public Goo
ความท้าทายและโอกาสของประเทศไทย
ดร.ศุภวุฒิ กล่าวว่าความท้าทายแรกของเศรษฐกิจไทยคือ 1.การขาดความเชื่อมั่นเห็นได้จากธนาคารไม่เต็มใจปล่อยสินเชื่อ และบริษัทขนาดใหญ่ทยอยคืนเงินกู้ และ 2.การพึ่งพาส่งออกและการเปลี่ยนแปลงของโลก
ดร.ศุภวุฒิ กล่าวว่า นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังทำลายกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามใหม่ การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ คิดเป็น 9-10% ของ GDP อาจเผชิญกับภาษีที่สูงขึ้น และกำลังการผลิตของจีนที่ล้นจะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมของไทย ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องหาตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ได้แก่
- การท่องเที่ยว เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ เติบโตจาก 10% ของการส่งออกภาคบริการในปี 2010 เป็น 15% แม้ในปี 2019 ลดลงเหลือ 5% ในช่วงโควิด-19 แต่ล่าสุดฟื้นตัวมาที่ 14%
- การแปรรูปอาหารเพื่อส่งออก ปัจจุบันการส่งออกอาหารคิดเป็น 15% ของการส่งออกทั้งหมด โอกาสสำคัญอยู่ที่การแปรรูปอาหารส่งออกไปจีนมากขึ้น
- อุตสาหกรรมสุขภาพระดับโลก คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 8.6%ต่อปี ดังนั้นการปรับตัวให้สอดคล้องกับเทรนด์ดังกล่าวจะช่วยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยโดยมุ่งเน้นไปที่บริการสุขภาพและการผลิตอาหารคุณภาพสูง
- การผลิตในตลาดเฉพาะกลุ่ม ไทยยังคงมีจุดแข็งในผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มบางอย่าง เช่น การผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ขณะที่ HDD มีความสำคัญมากขึ้นสำหรับศูนย์ข้อมูล AI
- เกษตรกรรมกับเทคโนโลยี ภาคเกษตรต้องบูรณาการเทคโนโลยีให้มากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาเงินอุดหนุน และการประกันราคา
- ข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ ไทยต้องปรับตัว อย่างการเข้าร่วม CPTPP (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership) ซึ่งมี 12 ประเทศ ไม่รวมสหรัฐฯ และจีน และมีสมาชิกอาเซียนแล้ว 3 ประเทศ ประกอบด้วย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม โดยอินโดนีเซียมีแนวโน้มจะเข้าร่วมด้วย