โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เพราะแค้นส่วนตัวของผู้นํา BRN ชีวิตของชาวไทยมุสลิมใน จชต.จึงตกอยู่ในความเสี่ยง !

77kaoded

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 09.02 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 01.20 น. • 77Kaoded
Screenshot
Screenshot

สำนักข่าว UtusanTV มาเลเซีย ได้เขียนบทความหลังจากพบว่าการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์ของพวกเขาไม่เพียงแต่ถูกเพิกเฉยโดยรัฐบาลไทย แต่ยังถูกปฏิเสธโดยชาวไทยมุสลิมส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย กลุ่มBRN ก็เริ่มใช้มาตรการที่รุนแรงด้วยการสังหารชาวไทยพุทธ

นับตั้งแต่ต้นเดือนนี้จนถึงวันที่4 พฤษภาคม เหตุการณ์ความรุนแรงและการสังหารครั้งแล้วครั้งเล่าได้ดำเนินการโดยกลุ่มBRN เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดเมื่อหญิงชราวัย76 ปีนางสง่า แสงย้อย ยายแก่ตาบอดทั้งสองข้าง ถูกยิงเสียชีวิตโดยกลุ่มBRN ในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่2 พฤษภาคม

น่าสลดใจอย่างยิ่ง ศพของ นางสง่า แสงย้อย อยู่ในสภาพกอดไม้เท้าของเขาซึ่งเป็น“ดวงตา” ของหญิงชรา และมีผู้บาดเจ็บ นายทัศไนย์ตั้งคง อายุ42 ปี ลูกชายของเขาก็ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสในเหตุการณ์เมื่อเวลา15.25 น.

พฤติกรรมที่โหดร้ายและป่าเถื่อนของกลุ่มBRN ไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เมื่อประมาณสามชั่วโมงต่อมา กลุ่มBRN ได้ทำการโจมตีครอบครัวชาวไทยพุทธที่กําลังดูโทรทัศน์ที่บ้านของพวกเขาเมื่อเวลาประมาณ19.30 น. ในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

เป็นเรื่องน่าเศร้ามาก เมื่อในเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิต3 คน รวมถึงเด็กหญิงอายุ9 ขวบซึ่งเป็นคนพิการ(ใบ้) ในขณะที่อีกสองคนได้รับบาดเจ็บ

เมื่อวันที่4 พฤษภาคม ในเขตอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ชางบ้านเสียชีวิตถูกยิงในบ้านของเขา และก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันมีการโจมตีด้วยระเบิดโดยกลุ่มBRN ซึ่งสังหารตำรวจคนหนึ่งที่กําลังติดตั้งกล้องวงจรปิดในหมู่บ้านที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส อีกสองคนได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนั้นในวันเดียวกัน กลุ่มBRN ได้ขว้างระเบิดไปป์บอมบ์สามลูกใส่บ้านชาวไทยพุทธที่อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นการโจมตีต่อชาวไทยพุทธ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า กลุ่มBRN ได้เริ่มใช้กลยุทธ์ที่อันตราย เพื่อบรรลุความฝันที่บิดเบือน ซึ่งการกระทำของพวกเขาในการสังหารชาวไทยมุสลิมโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยไม่ได้ผลใด ๆ

Screenshot
Screenshot

พวกเขาทำเช่นนั้นเพื่อข่มขู่ชาวไทยมุสลิมให้สนับสนุนอุดมการณ์ของพวกเขา แต่ความพยายามของพวกเขาล้มเหลวเนื่องจากชาวไทยมุสลิมรู้สึกสบายใจมากขึ้นกับรัฐบาลไทยในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยเพื่ออนาคตที่ดีขี้นของพวกเขา

ความจริงใจของรัฐบาลไทยที่นําโดย นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในการต่อสู้เพื่อชะตากรรมของชาวไทยมุสลิม ทำให้ชุมชนเหล่านั้นสบายใจ ที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยมากกว่าที่จะสนับสนุนการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์ของBRN

สถานการณ์เช่นนี้ให้BRN ใช้วิธีการอย่างรุนแรงด้วยการสังหารชาวไทยพุทธ ที่ต้องการให้ชาวไทยพุทธจะเป็นศัตรูกับชาวไทยมุสลิมเนื่องจากBRN เป็นกลุ่มก่อการร้ายอิสลาม ในท้ายที่สุดพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยจะยังคงปั่นป่วนเพียงเพราะความรู้สึกที่แก้แค้นซึ่งกันและกัน

อย่าลืมว่ามีเหตุการณ์การฆาตกรรมต่อชาวไทยมุสลิมหลายครั้งในอดีต ที่สามารถกระตุ้นความรู้สึกไม่พอใจ เช่น เหตุการณ์ที่สมาชิก อส.ถูกยิงเสียชีวิตที่ตลาดเดือนรอมฎอน เมื่อวันที่28 มีนาคมปีที่แล้ว และการโจมตีด้วยระเบิดที่อำเภอบันนังสตา ทำให้ครูหญิงเสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บ34 คน

แต่จนถึงตอนนี้เรายังไม่ได้ยินจากสมาชิกในครอบครัวของเหยื่อที่เกี่ยวข้องที่ต้องการแก้แค้น เพราะพวกเขารู้ว่ามันไม่เป็นประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการกระทำของกลุ่มBRN

แต่ความขัดแย้ง ความรุนแรง และการสังหารในจังหวัดนี้กล่าวกันว่า เกิดจากความแค้นส่วนตัวของผู้นําอาวุโสของBRN ที่ลูกชายถูกยิงเสียชีวิตจากการปะทะกับกองกําลังความมั่นคงเมื่อประมาณ20 ปีที่แล้วในปัตตานี

นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน2548 ผู้นําดังกล่าว กล่าวกันว่ามีความไม่พอใจและแก้แค้นต่อรัฐบาลไทยอย่างมาก โดยเฉพาะ นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ผู้นําดังกล่าวถือว่า นายทักษิณฯ ต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตลูกชายของเขา

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้BRN ใช้ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย พวกเขาไม่มีความตั้งใจที่จะพัฒนาหรือนำความเจริญเพื่ออนาคตของชาวไทยมุสลิม แต่กําลังกลับใช้ชาวไทยมุสลิมเพื่อลุกขี้นต่อสู้และแก้แค้นให้แก่ผู้นำBRN

เป็นเรื่องน่าเสียดายหากผู้คนฆ่ากันเองในขณะที่ผู้นําBRN ซึ่งเป็นผู้บงการหลักเป็นเพียงผู้ชมและรู้สึกค่อนข้างพอใจกับอาชญากรรมที่เขาก่อขึ้น

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ บุคลากรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นชาวไทยมุสลิมหรือชาวไทยพุทธ ก็ยังมีเหตุผล พวกเขาไม่หลงกลที่จะถูกกับดักเพื่อกระทำการก่อร้ายตามความต้องการของกลุ่มBRN พวกเขาต้องการความสงบสุขและต้องการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบสุข

ดังนั้นทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซียที่เป็นผู้อํานวยความสะดวกควรระมัดระวังกลยุทธ์ล่าสุดของBRN เพราะเป็นอันตรายมาก ทั้งสองฝ่ายไม่ควรรับข้อเรียกร้องใด ๆของกลุ่มBRN และต้องจัดให้มีเงื่อนไขที่เข้มงวดหากต้องการดำเนินการตามกระบวนการพูดคุยสันติสุข

ควรดำเนินการอย่างเข้มงวดกับผู้นําBRN ไม่ว่าพวกเขาจะหลบซ่อนอยู่ที่ไหน การแสดงโดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียDatuk Seri Anwar Ibrahim ที่เข้มแข็ง ที่ยืนยันว่าประเทศมาเลเซียไม่ประณี ประนอมหรือปกป้องผู้ที่ก่อการร้าย เป็นการตัดสินใจถูกต้องและกล้าหาญ

จุดยืนของอันวาร์ ที่แสดงออกระหว่างการพบปะกับ นางสาวแพทองธาร ที่กรุงเทพฯเมื่อเร็ว ๆ นี้ ควรเป็นสัญญาณให้ผู้นําBRN ทราบว่า มาเลเซียไม่ใช่เขตปลอดภัยสำหรับพวกเขาในการลี้ภัย นอก จากนั้น ยังพิสูจน์ให้เห็นว่ามาเลเซียเกลียดการก่อการร้ายและจะไม่สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มก่อการร้าย

สรุปได้ว่ากลุ่มBRN กําลังพยายามยั่วยุและปลุกเร้าความรู้สึกไม่พอใจระหว่างประชากรทางศาสนาที่แตกต่างกันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยหากสถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไปกระบวนการพูดคุยสันติสุขที่ต้องการดำเนินการก็ไร้ประโยชน์

ยิ่งแย่และเลวร้ายกว่านั้น เมื่อมีผู้นําBRN ที่ต้องการทำให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยเป็นสนามการแก้แค้นของพวกเขาถึงแม้ว่าต้องแลกกับชีวิตของประชาชนเป็นการเดิมพัน!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...