“เฟดนิวยอร์ก” เตือนธนาคารกลางต้องตอบโต้เงินเฟ้อจริงจัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนนโยบายทรัมป์
ประธาน เฟดนิวยอร์ก เตือนธนาคารกลางควรตอบสนองอย่างแข็งขันเมื่อเงินเฟ้อเบี่ยงเบนจากเป้าหมาย พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านภาษีและการค้าในยุคทรัมป์
วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.04 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า John Williams ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า ธนาคารกลางควรตอบสนองอย่างค่อนข้างจริงจัง เมื่อเงินเฟ้อเริ่มเบี่ยงเบนจากเป้าหมายที่ตั้งไว้
เขาระบุว่าในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากนโยบายภาษีและการค้าของสหรัฐ ธนาคารกลางควรหลีกเลี่ยงการดำเนินนโยบายที่หากทำผิดอาจมีต้นทุนสูงเกินกว่าผลประโยชน์ที่ได้รับ มากกว่าการพยายามหาวิธีที่สมบูรณ์แบบ
Williams กล่าวในการพูดคุยกับ Ryozo Himino รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ในการประชุมที่กรุงโตเกียว ว่า หนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยง คือ การปล่อยให้ความคาดหวังต่อเงินเฟ้อเบี่ยงเบนจากเป้าหมาย ซึ่งอาจกลายเป็นสิ่งที่ฝังลึกและถาวรได้
Williams กล่าวว่า “คุณไม่ต้องการให้เงินเฟ้อกลายเป็นสิ่งที่ฝังลึก เพราะมันอาจกลายเป็นถาวรได้ …วิธีป้องกันคือ ต้องตอบสนองอย่างจริงจังเมื่อเงินเฟ้อเริ่มหลุดจากเป้าหมายของธนาคารกลาง”
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าโดยทั่วไปแล้วแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ (shock) มักไม่มีผลกระทบต่อเงินเฟ้อในระยะยาว ตราบใดที่ความคาดหวังต่อเงินเฟ้อยังยึดแน่นกับเป้าหมาย แต่ก็เตือนว่าความไม่แน่นอนยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะจากแรงกระแทกด้านอุปทาน เช่น การระบาดของโควิด-19 ซึ่งอาจเปลี่ยนการรับรู้ของสาธารณชนต่อแนวโน้มราคาในอนาคต
เขาระบุว่า ในภาวะเช่นนี้ธนาคารกลางต้องไม่เพียงแต่พยายามยึดเหนี่ยวความคาดหวังต่อเงินเฟ้อในระยะยาว แต่ต้องทำให้ความคาดหวังในระยะสั้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย เพื่อให้การคาดการณ์เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมายได้ภายในไม่กี่ปี
ในขณะเดียวกันนโยบายภาษีและการค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ทำให้ภารกิจของธนาคารกลางในการควบคุมเงินเฟ้อยากยิ่งขึ้น โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาษีซบเซาเกินไป
ทั้งนี้เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25–4.50% นับตั้งแต่เดือนธันวาคม เพื่อรอดูผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาษีของทรัมป์ให้ชัดเจนขึ้น
Williams กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ตลาดการเงินทั่วโลกจะเผชิญกับแรงกระแทกใหญ่ และความผันผวนสูงในเดือนเมษายน หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีแบบตอบโต้หลายประเทศ แต่ตลาดก็ยังทำงานได้ตามปกติ เพราะยังมีการซื้อขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอยู่มาก
ในแง่ของความพร้อมรับมือแรงกระแทก Williams กล่าวว่า ระดับเงินสำรองในระบบของสหรัฐยังชัดเจนว่าอยู่ในระดับเพียงพอและช่วยเป็นกันชนต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้
อ้างอิง : finance.yahoo.com