โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮุน มาเนต ประกาศ ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันนี้ จะระงับการนำเข้าน้ำมันและก๊าซทุกชนิดจากประเทศไทย

tvpoolonline.com

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 21.31 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 14.31 น. • TV Pool

วันนี้ (22 มิ.ย.2568) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันนี้ กัมพูชาจะระงับการนำเข้าน้ำมันและก๊าซทุกชนิดจากประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีศักยภาพเพียงพอในการจัดหาเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่น เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ไม่เฉพาะแค่เดือนเดียว แต่มั่นใจสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ “ตลอดไป”

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังฝ่ายค้านไทยเสนอให้ระงับส่งออกน้ำมันเพื่อกดดันกัมพูชา ซึ่งสมเด็จ ฮุน เซน อดีตนายกฯ และ ประธานวุฒิสภา วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “เกมอันตราย” ที่อาจย้อนกลับมาทำลายเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะบริษัท ปตท. ซึ่งมีสถานีบริการน้ำมัน 186 แห่งในกัมพูชา

ความเคลื่อนไหวนี้จุดชนวนความกังวลในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะในเมืองปอยเปต ที่เริ่มกักตุนน้ำมันและน้ำดื่มจากไทย เนื่องจากราคาน้ำมันในกัมพูชาสูงกว่า เช่น น้ำมันเบนซิน 95 ในกัมพูชาราคา 50 บาท/ลิตร เทียบกับ 41.54 บาทในไทย

อย่างไรก็ตาม นายอุม เรียแตรีย ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ปฏิเสธข่าวลือว่าชาวกัมพูชาแห่ข้ามแดนมาเติมน้ำมันในไทย โดยระบุว่ารถยนต์ที่เห็นเป็นการเดินทางตามปกติ ด้านสมเด็จ ฮุน เซน เสนอให้รัฐบาลกัมพูชาลดการพึ่งพาสินค้าไทย รวมถึงระงับนำเข้าสินค้ากระป๋อง เช่น เครื่องดื่มและอาหารกระป๋อง พร้อมข่มขู่ตอบโต้ด้วยมาตรการอื่น เช่น การเรียกแรงงานกัมพูชากลับประเทศ ซึ่งอาจกระทบภาคอุตสาหกรรมของไทย

สถานการณ์นี้ทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหลังกัมพูชาปิดด่านช่องจวมและบ้านจุ๊บโกกี เพื่อตอบโต้ไทยที่ปิดด่านช่องสายตะกู

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...