โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เอกชน หวั่นส่งออกครึ่งปีหลังสะดุด จับตากัมพูชาห้ามนำเข้าสินค้าไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 00.38 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 07.19 น.

วันนี้ (24 มิถุนายน 2568) ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตอนนี้การส่งออกมีสัญญาณยอดคำสั่งซื้อชะลอตัวอย่างมีนัยยะสำคัญตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม และต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งในเดือน กรกฎาคมและต่อๆไป หากไม่มีความชัดเจนในการเจรจากับทางสหรัฐก็จะกระทบยอดส่งออกครึ่งปีหลังมาก จึงอยากขอให้ทีมเจรจาทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อประสบความสำเร็จในสัญญาการค้าที่เป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายระหว่างไทยและสหรัฐ

"ทางหอการค้าไทยมีความเข้าใจและเห็นถึงความตั้งใจของหน่วยงานภาครัฐที่กำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ท่ามกลางกรอบเวลาที่กระชั้นชิด และจึงขอให้ทุกฝ่ายเร่งสร้างความชัดเจนในแนวทางการดำเนินงานโดยเร็ว เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเตรียมตัวและปรับแผนได้ทัน" ดร.พจน์ ระบุ

ทั้งนี้ ทางหอฯได้ติดตามสถานการณ์ด้านการค้าการลงทุนกับประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิด

สำหรับกรณีที่ทางกัมพูชาออกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าบางประเภทจากประเทศไทย เชื่อว่ายังมีแนวทางในการบริหารจัดการสินค้าเหล่านี้ให้สามารถกระจายไปยังตลาดอื่นได้ และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมกันบริโภคสินค้าไทย สนับสนุนผู้ประกอบการภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน ศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร หรือ ศูนย์ AFC (Agriculture and Food Coordination and Public Relations Center) ของหอการค้าไทยได้ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำในการกระจายสินค้าที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ผักและผลไม้ รวมถึงได้มีการหารือกับหอการค้าจังหวัดต่าง ๆ และหน่วยงานราชการท้องถิ่น เพื่อร่วมกันผลักดันการบริโภคสินค้าอุปโภคและบริโภคภายในประเทศทดแทนการส่งออกไปยังกัมพูชา

"หอการค้าไทยพร้อมยืนเคียงข้างภาคธุรกิจและทำงานร่วมกับภาครัฐทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ท้าทายต่าง ๆ และเดินหน้าอย่างมั่นคงต่อไป" ดร.พจน์ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...