คิกออฟ “คาร์เพนเทอร์ อะเวย์นิว” บูสต์เศรษฐกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่
ปักหมุด “คาร์เพนเทอร์” อะเวย์นิว แรกเชียงใหม่ชูจุดเด่น Green Connect Tourism พื้นที่สีเขียวใหญ่สุดในเชียงใหม่ เพ็ทเฟรนด์ลี่และเวลเนส เจาะกำลังซื้อโลวคอลดีมานด์-นักท่องเที่ยวต่างชาติ 16 ล้านคนมุ่งเป้า นทท.ตะวันออกกลาง อินเดีย จีน อเมริกา หลังเปิดเที่ยวบินตรงเพิ่ม
นางสาววัจนารัตน์ บัววิรัตน์เลิศ Director - Carpenter Avenue เปิดเผยว่า เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านสถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย รวมถึงร้านอาหาร โรงแรม บูติครีสอร์ท และโฮมสเตย์ที่มีชื่อเสียงทำให้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ซึ่งปีนี้ ททท.คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในเชียงใหม่สูงถึง 16 ล้านคน โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติจากตะวันออกกลาง อินเดีย จีน และสหรัฐอเมริกา ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเปิดเส้น เพราะมีการเปิดบินตรงเข้าเชียงใหม่มากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีจุดแข็งด้านสินค้าและบริการเชิงท่องเที่ยวที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว รวมถึงการท่องเที่ยวพำนักระยะยาวที่เน้นการพักผ่อนหย่อนใจ เนื่องจากเชียงใหม่เป็นสถานที่ที่ครบครันทั้งธรรมชาติและวิถีเมือง
โดยเฉพาะ “แม่ริม” ซึ่งเป็นย่านที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจ มีหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมมากถึง 30 - 40 ดีเวลลอปเปอร์ ศูนย์ราชการเชียงใหม่ที่มีหน่วยงานกว่า 40-50 หน่วยงานมีคนทำงานหลักหมื่นคนต่อวันในบริเวณนั้น และในรัศมี 5 กิโลเมตรยังมีโรงเรียนนานาชาติและโรงพยาบาล ทำให้มี Potential ในการพัฒนา
บริษัทจึงต่อยอดขยายธุรกิจจากเดิมที่พัฒนาคอนโดมิเนียมและโรงแรมหลายแห่งในเชียงใหม่ โดยลงทุนสร้าง คาร์เพนเทอร์ อะเวย์นิว (Carpenter Avenue) แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ โดยใช้โมเดลรวม Green Connect Tourism เข้ากับ Local Living Economy ภายใต้งบใน การพัฒนาและรีโนเวท 50 ล้านบาท
ทั้งนี้ คาร์เพนเทอร์ อะเวย์นิว ตั้งอยู่บนพื้นที่ 4 ไร่เป็นอะเวย์นิวที่ออกแบบมาให้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติเป็นพื้นที่สีเขียวที่เยอะที่สุดในเชียงใหม่กว่า 3,000 ตารางเมตร พื้นที่เช่าประมาณ 2,000 ตารางเมตร และที่จอดรถมากกว่า 100 คันอยู่ห่างจากถนนนิมมานเหมินท์ซึ่งเป็นถนนเศรษฐกิจของเชียงใหม่เพียง 5 นาที สามารถเข้าออกได้หลายทางทาง Super Highway วงแหวนรอบกลางและคลองชลประทาน
สร้างและออกแบบโดยรักษาต้นไม้ที่อยู่บนที่ดินเดิมเอาไว้ทั้งหมดแบ่งเป็น 4 โซนคือ
- Local Canteen : ร้านอาหาร ของกิน ของอร่อย ของผู้ประกอบการแบรนด์ไทย และแบรนด์ท้องถิ่น มารวมตัวกันในบรรยากาศที่คล้ายโรงอาหาร นั่งสบาย และสถานที่สวยงามใกล้ชิดธรรมชาติ
- Natural Space : พื้นที่เพื่อธุรกิจ ใต้ต้นไม้ใหญ่และหญ้าสีเขียว ในบรรยากาศป่ากลางเมือง เหมาะกับร้าน คาเฟ่ อาหารสุขภาพ กาแฟ หรือ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
- Wellness Zone : พื้นที่ใหญ่กว่า 450 ตารางเมตร ขนาด 2 ชั้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คนพร้อมเปิดเป็นพื้นที่สำหรับคลินิคและศูนย์สุขภาพ
- Event Space : พื้นที่จัดงานอีเว้นท์ งานแต่งงาน ในบรรยากาศร่มรื่นพื้นหลังเป็นต้นไม้สีเขียวและ คลาวด์คิทเช่นเหมาะสำหรับการเป็น Kitchen Studio, Cooking Class และจัดอบรมพนักงาน
“เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ประกอบการเช่าประจำ Pop Up และ Event ราวๆ 200 ราย ในช่วง 6 เดือนแรกเราไม่คิดค่าเช่าในโซนโลวคอลแต่เก็บ GP จากรายได้ เราอยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สำหรับทุกคน ทั้งคนเชียงใหม่ผู้ประกอบการและคนที่อยู่บริเวณนั้น
กลุ่มเป้าหมาย 50% โฟกัสคนท้องถิ่นเชียงใหม่ ซึ่งเราออกแบบให้มี Green Space และเพ็ทเฟรนลี่ สามารถมาพักผ่อนได้ทั้งครอบครัว 30% นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่และ 20% นักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมเข้ามาฟื้นฟูและรักษาสุขภาพ ซึ่งในเชียงใหม่ยังไม่มี อะเวย์นิว ที่เป็น Concept นี้”