โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ตูมตาม เดอะสตาร์’เตรียมควงไมค์อีกครั้งหลังบวช-อัปเดตแพลนลูกคนที่2 ลั่นอยากมีนะแต่ไว้ก่อน!

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 18.26 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 11.30 น. • เดลินิวส์
นักแสดงหนุ่ม “ตูมตาม เดอะสตาร์” เผยชีวิตหลังบวช เตรียมตัวควงไมค์อีกครั้ง หลังเจอคำถามสุดฮอต ปลื้มคนยังคิดถึงเสียงร้อง-อัปเดตแพลนลูกคนที่ 2 ลั่นอยากมีนะแต่ไว้ก่อน ลูกสาวเริ่มโตเริ่มเข้าสู่วัยทองตอน 2 ขวบ!

จัดเป็นอีกหนึ่งคนที่มากฝีมือ สำหรับนักร้อง-นักแสดงหนุ่มชื่อดัง “ตูมตาม เดอะสตาร์” หรือ “ยุทธนา เปื้องกลาง” ที่ก่อนหน้านี้ได้มีการจัดพิธีอุปสมบทแบบเรียบง่ายเป็นครั้งที่ 2 ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องราวที่ดีแต่ก็มีบางกลุ่มสงสัยถึงสาเหตุการบวชครั้งนี้ อีกทั้งเวลาที่ใครได้เจอตูมตาม ก็มักจะมีคำถามยอดฮิตที่ต้องเจอตลอดเวลาว่า “คิดถึงการร้องเพลงไหม”

ล่าสุดในงานบวงสรวงละครเรื่อง ผาแดงนางไอ่ ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยตูมตามได้เผยสาเหตุถึงการบวชและอัปเดตชีวิตครอบครัวพร้อมความซนของลูกสาวอย่าง "น้องรินณา" ว่า

"สำหรับช่วงหลังที่หลายคนเห็นในด้านของการแสดงเยอะ ถามว่ายังคิดถึงการร้องเพลงไหม จริงๆ ก็คือจุดเริ่มต้นของผมก็คือมาจากการเป็นนักร้อง และผมก็ไม่ได้ทิ้งมันไปไหน เพียงแต่ว่าชีวิตในบางครั้งมันพัดพามาทางนี้แล้วมันดี ซึ่งผมรู้สึกว่า เวลาเราจะทำอะไร เราต้องไปรู้จักจนเราพอใจจริงๆ การแสดงก็เป็นด้านหนึ่งที่ผมเคยไม่อินและก็ไม่ชอบ แต่ว่าพอได้รู้จักแล้วก็รู้สึกว่ามันอาจจะเป็นความคิดส่วนตัวของผมด้วย ผมอาจจะไม่เก่ง ผมอาจจะไม่เข้าใจ ผมก็เลยไม่ชอบ ก็เลยลองหาอะไรหลายๆ อย่างในตัวเอง จน 10 กว่าปีก็ทำการแสดงมาตลอด จนรู้สึกว่าจริงๆ แล้วเราชอบนะ เรามีความสุขกับงานแสดง

แล้วคำถามนี้เป็นอีกหนึ่งคำถามที่จะพ่วงมาในการสัมภาษณ์เสมอ ก็ดีใจมากเพราะวันนี้เรากลับมาแล้ว เราจะกลับมาทำเพลงแล้ว จะกลับมาในฐานะนักร้องคนหนึงแล้ว และผมตั้งใจมากๆ ครั้งนี้ เราจะทำมันควบคู่ไปด้วยจริงๆ ผมไม่อยากปล่อยไปแล้ว ก็คิดถึงมากเหมือนกัน คิดถึงการร้องเพลง คิดถึงการทำงานในฐานะที่เป็นนักร้อง และดนตรีต่างๆ คือถ้าทุกคนไม่ได้นึกถึงในเรื่องของเพลงเลย ผมก็คงคิดว่าแสดงว่าเราต้องมาเริ่มต้นใหม่ คือมันได้หมด แต่ว่าผมรักอยู่แล้ว แต่แค่สงสัยว่า ทำไมทุกคนยังถามอยู่ ทุกคนอยากฟังเพลงใช่ไหม ก็ยินดีครับ เตรียมกลับมาทำแล้ว

ส่วนแนวเพลงก็จะเป็นผมมากขึ้น มันจะถูกเล่าออกมาในหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เป็นผมมากขึ้น และมันจะเป็นแบบที่อาจจะไม่ได้อิงกับใคร กับตลาดอะไรมากมาย แต่ว่ามันจะค่อยๆ ถูกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวผมทั้งหมด สไตล์ที่ผมชอบสิ่งที่ผมเป็น คือเราก็คาดหวังให้เพลงมันดังเนาะถ้าได้ทำ แต่เบื้องต้นเรารู้สึกมีความสุขมากๆ ที่เราได้ทำ ได้ร้องเพลงและได้กลับมาทำแบบนี้ แค่เริ่มเขียนเพลงก็มีความสุขแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าเราอยากแบ่งปันสิ่งนี้ให้ทุกคนได้ฟังด้วยกัน ก็เลยไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเป็นเพลงที่ทุกคนจะชอบที่สุด คือเราไม่รู้เลย เราแค่ทำผลงานและรู้สึกมีความสุขแค่ไหน ก็จะค่อยๆ อัปเดตกันไป ก็จะพยายามปล่อยออกมาในปีนี้ คือถ้ามันได้มีการได้พูดได้บอกไปแล้ว ก็ไม่อยากให้รอนาน

แต่ว่าเอาจริงๆ 10 กว่าปี ผมไม่ได้ทำเพลงเลย พอกลับมาทำจริงๆ ขั้นตอนมันก็เยอะนะ การที่จะทำเพลงจริงๆ โดยที่ผมไม่ได้ไปร้องในห้องอัดเฉยๆ มันยาวนานมาก ผมเลยเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณค่าของมันถึงมีมาก เวลาที่ใครเขาเป็นคนทำเพลงเอง พอเราลงมาทำเองแล้วเข้าใจมากๆ ก็รอฟังกัน แค่ทุกคนเปิดใจฟังก็ดีใจมากแล้ว"

ตูมตาม เผยต่อว่า "สำหรับเรื่องราวล่าสุดที่มีการบวชแบบเงียบๆ สาเหตุที่บวชในครั้งนี้คืออยากปฏิบัติธรรม อยากอัปเดตชีวิต อยากไปทบทวนชีวิตในหลายๆ เรื่อง ก่อนที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่จริงๆ คือเราก็ 30 ต้นๆ แล้ว ก็รู้สึกว่ามันเป็นช่วงก้าวข้ามผ่านที่มันนอกเหนือจากความเข้าใจในการใช้ชีวิต และประสบการณ์ชีวิตต่างๆ มันยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่มันควรจะมีวิธีคิดใหม่ๆ เราก็เลยเข้าไปปฏิบัติธรรม เพื่อไปพักและทบทวนหลายๆ สิ่ง เพราะผมรู้สึกว่าการบวชมันเป็นเหมือนการปฏิบัติ หรือรีเซตอะไรบางอย่าง

โดยบวชครั้งนี้เราใช้เวลาบวชเพียง 9 วัน ซึ่งตอนที่ลูกสาวได้เห็นเราห่มผ้าเหลืองครั้งแรก เขาก็ไม่กล้าแตะ ไม่กล้าเข้าหา แต่เขาก็มองนะ เหมือนอยากเข้าหา แต่เหมือนเขารู้ว่าเข้าไปยุ่งมากไม่ได้นะ ซึ่งคำแรกที่เขาเรียกเรา เขาก็เรียกว่า "หลวงพ่อปะป๊า" ซึ่งพอเราได้ยินลูกเรียกแบบนั้นคือน่ารัก เราก็เอ็นดูเสมอ เรารู้สึกว่าเขาเด็ก เขาไม่ได้คิดอะไรมาก เขาก็จะจับภาษามารวมกัน เพราะอยู่บ้านเขาเรียกเราว่า "ปะป๊า" แต่เขารู้ว่านี่คือพระ ที่เรียกว่า "หลวงพ่อ" เขาก็เลยเรียก หลวงพ่อปะป๊า"

ดาราหนุ่ม ได้เล่าต่อว่า "ตอนนี้ลูกสาวอายุหนึ่งขวบ 10 กว่าเดือน พัฒนาการตอนนี้คือพูดเก่ง เริ่มเถียง เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง เริ่มซน เริ่มสนุก อยากทำอะไรตามใจตัวเองมากขึ้น เป็นแบบวัยทอง 2 ขวบ คือเป็นวัยทองแล้ว (หัวเราะ) ส่วนความรับมือกับการซนของลูกก็คืออยู่ด้วยครับ คือจริงๆ แรกๆ ในช่วงปรับตัว เวลาที่มันมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นของลูก เราก็มักจะ…คืออะไรวะ ทำไมขี้โมโห ทำไมลูกงอแงขึ้นในบางกรณี พอเราได้ไปศึกษาหลักการต่างๆ ก็เข้าใจได้ ก็แค่อยู่กับลูก อยู่กับเขา ใช้ความใจเย็นเท่านั้น ค่อยๆ คุยกับเขาให้มากๆ ค่อยๆ ปรึกษา ค่อยๆ ถามเขา ค่อยๆ เยียวยาด้วยความเข้าใจกัน ไม่ใช่โมโหกับเขา สุดท้ายแล้วมันก็เข้าใจได้ และอยู่ด้วยกันขึ้นเรื่อยๆ ก็อัปเดตกันไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุดเลย มันก็จะมีอะไรใหม่ๆ มาตลอดเวลา

พอลูกเป็นวัยที่กำลังโต ถามว่าเรามีสอนอะไรเป็นสิ่งสำคัญ ก็เน้นสนุกครับ ผมพยายามให้เขาสบายใจ สนุก กล้าคิด กล้าทำ กล้าหาญ เพราะผมรู้สึกว่ามีอะไรไม่มากที่อยากให้เกิดขึ้นในตัวลูก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องจิตใจเข้มแข็ง มีความสุข กล้าหาญ กล้าคิด กล้าทำ รับผิดชอบแค่นั้นเลย ซึ่งความรับผิดชอบไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องทำอะไรตามระเบียบเป๊ะ แต่ให้ใช้ชีวิตอย่างที่เขาเชื่ออย่างที่เขาเป็น และรับผิดชอบ ถ้าเกิดว่าการใช้ชีวิตของเขาหรือสิ่งที่เขาทำมันทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน หรือทำให้ผู้อื่นเจ็บ ก็จะพยายามสอนว่า เราใช้ชีวิตของเราแบบไหนก็ได้ เราเป็นแบบไหนก็ได้ แต่เราต้องไม่เบียดบังคนอื่นนะลูก ก็พยายามป้อนข้อมูลเหล่านี้ให้เขาฟังตลอด

ส่วนแพลนเรื่องลูกคนที่สอง ก็อยากมีนะครับ แต่เอาไว้ก่อน ในเรื่องของแพลนในอนาคตก็จะพัฒนางาน จริงๆ แล้วพอเหมือนไปบวชกลับมา เราก็ได้กำลังใจหลายๆ อย่าง คืออยากพัฒนางานในทุกๆ ด้านให้ดีขึ้น พัฒนาหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างก้าวไปอีกสเต็ปหนึ่ง เพราะผมรู้สึกว่าหลายสิ่งหลายอย่างในยุคนี้สนุกมาก มันมีอะไรอีกเยอะมากไม่รู้ และเราเหมือนแบบต้องไปต่อต้องสนุก ก็เลยคิดว่ามีอะไรหลายอย่างที่อยากทำเยอะมาก ก็เลยแบบว่าโลกมันพัฒนาต่อไป"

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Toomtam Yuttana

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...