โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คุยนักข่าว-นศ.กัมพูชา เล่าออนไลน์เดือด หนุนยื่น ICJ แต่ไม่อยากนองเลือด

Amarin TV

เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 05.19 น.
Spotlight คุยกับนักศึกษา และนักข่าวชาวกัมพูชา สำรวจความเห็นคนกัมพูชาต่อข้อพิพาทชายแดน รัฐบาลกัมพูชา และคนไทย

ตั้งแต่กัมพูชาผ่านมติในสภา และแสดงเจตจำนงยื่นเรื่องข้อพิพาทชายแดนหลายพื้นที่ ยื่นต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) สถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาก็ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ และมีการปะทะกัน บริเวณช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ทำให้มีทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม สถานการณ์ชายแดนนี้ก็ดึงความสนใจจากคนทั้ง 2 ประเทศไว้ได้

ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางทั้งบนโซเชียลมีเดียและในสื่อกระแสหลักของทั้งไทยและกัมพูชา Spotlight ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักศึกษาและนักข่าวชาวกัมพูชา เกี่ยวกับมุมมองของชาวกัมพูชาต่อสถานการณ์นี้ แม้ว่าเสียงจากทั้งสองคนอาจจะไม่ได้สะท้อนถึงสถานการณ์จริงหรือความคิดของชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ทั้งประเทศ แต่อย่างน้อย อาจจะทำให้เราเห็นภาพอะไรบางอย่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่กลายมาเป็นฝั่งตรงข้ามในสถานการณ์นี้

คนกัมพูชาสนใจข้อพิพาทชายแดนช่องบกแค่ไหน?

เกลียง กิมฮอย (Klaing Kimhoy) นักข่าวอิสระชาวกัมพูชา กล่าวว่า ประเด็นข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชาบริเวณช่องบก เป็นที่จับตามองในหมู่ประชาชนกัมพูชาอย่างมาก และสื่อตีข่าวหลายสำนัก

“เป็นประเด็นอ่อนไหวมาก ถ้าเทียบกับประเด็นก่อนหน้านี้อย่างเกาะกูด เรื่องนี้คนกัมพูชาให้ความสนใจมากกว่า สื่อใหญ่พากันพาดหัวข่าวหลายสำนัก แล้วก็มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย”

อย่างไรก็ตาม นายอนันตพร นักศึกษาชาวกัมพูชา เล่าว่า แม้ข้อพิพาทจะเป็นที่รับรู้กันในสังคมกัมพูชา แต่ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่มองว่าเป็นการปะทะบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ ไม่ได้ถึงขั้นสร้างความโกรธแค้นจนเกิดการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน

เขาเสริมว่า ประชาชนส่วนใหญ่รับรู้ข่าวสารผ่านโทรทัศน์ วิทยุ และเล่าเหมือนกันกับเกลียงคือ การพูดคุยกันในโลกออนไลน์นั้นค่อนข้างดุเดือด

ความคาดหวังของชาวกัมพูชา?

ทั้งอนันตพรและเกลียงยืนยันตรงกันว่า ชาวกัมพูชาต้องการสันติภาพ และไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง พวกเขาหวังว่าข้อพิพาทจะถูกนำขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)

“คนกัมพูชาส่วนใหญ่อยากเห็นสันติภาพค่ะ เราคาดหวังให้ประเทศไทยยินยอมร่วมกันยื่นคดีต่อ ICJ แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนั้น หลายคนก็สนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการเพียงลำพัง เพราะเชื่อว่าหากไม่ส่งเรื่องนี้ให้ JBC (Joint Boundary Commission หรือคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม) ปัญหาก็คงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง ไม่ว่าเราสองประเทศจะพยายามร่วมมือกันแค่ไหนก็ตาม”

อนันตพรชี้ว่า ชาวกัมพูชาอยากเห็นการแก้ไขอย่างสันติ โดยไม่กระทบต่อเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนกัมพูชากำลังกังวลในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนัก

เขากล่าวว่า การนำข้อพิพาทขึ้น ICJ เป็นทางออกที่ยุติธรรม เพราะชาวกัมพูชากังวลว่าไทยอาจใช้อำนาจและความรุนแรงเหนือกองทัพกัมพูชา ในขณะที่รัฐบาลไทยต้องการให้นำเรื่องนี้ขึ้นสู่ที่ประชุม JBC เพื่อหาทางออกร่วมกัน และย้ำว่า ไม่ยอมรับอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)

แล้วการเมืองในกัมพูชาเป็นอย่างไร?

ปัจจุบันกัมพูชามีระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ปกครองโดยพรรค CPP ในลักษณะอำนาจรวมศูนย์ มี ฮุน มาเนต เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งสืบทอดตำแหน่งต่อจาก ฮุน เซน พ่อของเขาในเดือนสิงหาคม 2566 แต่ขณะนี้ ฮุน เซน ยังดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา และยังมีบทบาททางการเมืองอย่างมาก

เกลียงกล่าวว่า บรรยากาศการเมืองในกัมพูชาค่อนข้างมั่นคง

“เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐสภาแห่งชาติและวุฒิสภาของกัมพูชาได้จัดการประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรก โดยสมาชิกทั้ง 182 คนลงมติเห็นชอบให้รัฐบาลยื่นเรื่องข้อพิพาทกับไทยต่อ ICJ เพื่อหาทางออกถาวร”

การเคลื่อนไหวของฮุน มาเนตในประเด็นนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน ที่มองว่าเป็นการแสดงท่าทีที่ชัดเจน

“คนกัมพูชาหลายคนรู้สึกขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์อย่างชัดเจนถึงความตั้งใจของกัมพูชาที่จะนำข้อพิพาทเรื่องปราสาทเข้าสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศค่ะ”

เกลียงยังกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่นำประเด็นนี้เข้าสู่การหารือในเวทีคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่จะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ บางคนถึงกับหวังว่านายกฯ จะยื่นเรื่องเกี่ยวกับเกาะกูดและเขตแดนทางทะเลต่อศาลโลกด้วยเช่นกัน

เธอยังชี้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวฮุน เซนและครอบครัวชินวัตร เป็นที่จับตามองของประชาชนในกัมพูชา ซึ่งหากรัฐบาลไม่ยื่นเรื่องต่อ ICJ อาจถูกมองว่าเป็นการเล่นเกมการเมือง

“พูดได้ว่า คนกัมพูชารู้สึกว่า ถ้ารัฐบาลกัมพูชาถอยหลังและไม่ยื่นเรื่อง คนอาจมองว่าเป็นเกมการเมืองที่ทั้งฮุน เซน และฮุน มาเนต พยายามปกป้องรัฐบาลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครอบครัวของเขากับครอบครัวทักษิณมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน สาธารณชนจึงกำลังจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด”

ดูเหมือนว่า คนกัมพูชาต้องการให้ไทยร่วมยื่นเรื่องต่อ ICJ เพื่อแก้ข้อพิพาทอย่างยุติธรรม เพราะไม่มั่นใจว่าการเจรจาสองฝ่ายจะได้ผล และกังวลต่อการใช้ความรุนแรง พวกเขาย้ำว่าไม่ต้องการให้เกิดการนองเลือด และหวังว่าจะหาทางออกโดยไม่กระทบเศรษฐกิจหรือความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

“คนกัมพูชาพร้อมต้อนรับคนไทยเสมอค่ะ ไม่มีการเหยียดเชื้อชาติหรือความเกลียดชังระหว่างเราสองชาติเลย มาเยี่ยมกันได้ตลอดเลยนะคะ เราพร้อมต้อนรับทุกคนอย่างอบอุ่น” เกลียงกล่าว

มีการติดแฮชแท็กบนโซเชียลมีเดียกัมพูชาและไทย เรียกร้องให้หาทางออกอย่างสันติ และไม่ใช้ความรุนแรงจากทั้ง 2 ชาติ #NoWarThaiCambodia #สันติสู่ชายแดน #សន្តិភាពដល់ព្រំដែន

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...