โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กต.แถลงสรุปประชุม JBC ย้ำจุดยืนไทย จริงใจ-สุจริตใจในการใช้กลไกทวิภาคี แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

The MATTER

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 07.18 น. • Brief

วันนี้ (16 มิถุนายน 2568) เวลา 13.00 น. กระทรวงการต่างประเทศ แถลงการณ์สรุปผลการประชุมของคณะกรรมการชายแดนร่วมกัมพูชา-ไทย หรือ JBC โดย นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย ประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศของไทยและประธาน JBC และ เบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย

นิกรเดช กล่าวว่า จากที่วานนี้ไทยออกแถลงการณ์ประชุม JBC ครั้งที่ 6 ซึ่งสะท้อนท่าทีไทยในเรื่องของการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ วันนี้จึงขอมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยเรื่องแรกคือเรื่องกลไกทวิภาคี ตามที่รัฐบาลไทยยึดมั่นในในการกลไกทวิภาคีเพื่อแก้ปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา ด้วยความจริงใจ และสุจริตใจ ซึ่งรวมถึงการประชุม JBC ที่ผ่านมา ไทยเข้าร่วมด้วยการตั้งใจจริงและสุจริตใจ ที่จะเห็นผลลัพท์ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย

“วันนี้เราเห็นแล้วว่ากัมพูชาไม่ได้ตอบสนอง แต่ยังคงเลือกที่จะเสนอพื้นที่ 4 จุดต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในการหารือพื้นที่ 4 จุด คือ ช่องบก, ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนโต๊ะ และปราสาทตาควาย” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว

นิกรเดช กล่าวว่า ส่วนที่มีคนถามกันเข้ามาว่า ในที่ประชุมมีการพูดถึงเรื่องพื้นที่ 4 จุด หรือไม่นั้น ขอเรียนว่า ในการเจรจาร่างระเบียบวาระการประชุม กัมพูชาเลือกที่จะไม่หารือเรื่องพื้นที่ 4 จุด ในการประชุม ฝ่ายไทยจึงแสดงความผิดหวังอย่างยิ่ง เพราะประเด็นด้านเขตแดนทั้งหมดเป็นขอบเขตของ JBC ซึ่งเป็นประเด็นในเชิงเทคนิค

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวต่อไปเกี่ยวกับเรื่องการประชุมใน JBC โดยขอย้ำความสำเร็จ ของการประชุม JBC ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และทำมาต่อเนื่องกว่า 25 ปี ณ วันนี้ JBC ได้รับความสนใจเป็นพิเศษเพราะสถานการณ์ชายแดนที่เกิดขึ้น

“ผมย้ำว่ากลไกทวิภาคีผ่าน JBC นั้นยังดำเนินได้อยู่ และมีส่วนช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคต” นิกรเดชกล่าวย้ำ

สำหรับกรณีของ ICJ ขอย้ำว่ารัฐบาลไทยไม่รับเขตอำนาจศาลของ ICJ มาตั้งแต่ปี 2503 จนถึงปัจจุบันซึ่งประธาน JBC ไทยได้ย้ำถ้อยแถลงให้กัมพูชารับทราบท่าทีไทยและกระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมแนวทางรับมือในเรื่องนี้แล้ว

ส่วนมาตรการตอบโต้ระหว่างไทยและกัมพูชาที่อาจจะเห็นปรากฎบนโซเชียลมีเดีย ล่าสุดว่าจะปิดด่านและไม่นำเข้าสิ่งของจากไทย เขาระบุว่าไทยปฏิบัติตามหลักสากลว่าการเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ดีจะไม่ใช้การยื่นคำขาดต่อกันโดยไม่ได้หารือทางออกอย่างสร้างสรรค์ร่วมกัน ผลกระทบนี้จะส่งผลต่อประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายมากที่สุด จะเห็นว่าไทยมีการตอบโต้ในระดับรัฐบาล ไม่มีเป้าหมายโจมตีประชาชน แนวทางการสื่อสารทางโซเชียลถือว่าไม่ใช่ช่องทางที่เป็นทางการ ขอเรียนว่ารัฐบาลใช้วิจารณญาณในการออกมาตรการตอบโต้อย่างรอบคอบและมีวุฒิภาวะ และจะไม่เอาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเป็นประเด็น

อย่างไรก็ตาม ช่วงวานนี้ ฬำ เจีย รัฐมนตรีประจำสำนักเลขาธิการกิจการชายแดน และประธาน JBC กัมพูชา ได้แจ้งต่อ ประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศของไทยและประธาน JBC ของไทย ว่า เพื่อประโยชน์ในการรับรองแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนที่ยุติธรรม เป็นกลาง และถาวรสำหรับทั้งสองประเทศ ฝ่ายกัมพูชาจึงขอให้ไทยร่วมมือกับกัมพูชาในการนำข้อพิพาทชายแดนในพื้นที่มอมเบย, ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ะ และปราสาทตากระเบย ขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และยืนยันจุดยืนของกัมพูชา แม้ว่าไทยจะไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...