โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Amazon, Walmart เล็งออก Stablecoin ใช้ชำระเงินข้ามประเทศ ลดค่าธรรมเนียม ตัดระบบธนาคารกลาง

BT Beartai

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 00.44 น.
Amazon, Walmart เล็งออก Stablecoin ใช้ชำระเงินข้ามประเทศ ลดค่าธรรมเนียม ตัดระบบธนาคารกลาง

รายงานจาก Wall Street Journal ว่า Amazon และ Walmart กำลังพิจารณาออกสกุลเงินดิจิทัลแบบ Stablecoin ของตัวเองที่มีการตรึงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้ในการทำธุรกรรมข้ามประเทศและชำระค่าสินค้าบนแพลตฟอร์มของตัวเอง

แม้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวเผยว่าทั้งสองบริษัทยักษ์ใหญ่กำลังประเมินโครงสร้างและความเป็นไปได้ในการออก Stablecoin ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกลดต้นทุนค่าธรรมเนียมจากการใช้บัตรเครดิตหรือระบบโอนเงินข้ามประเทศที่ต้องเสียเวลาหลายวัน กลายเป็นระบบที่โอนเงินได้แทบจะทันทีในไม่กี่วินาที

ไม่ใช่แค่ Amazon, Walmart ที่กำลังขยับสู่บล็อกเชน

Amazon มีรายได้ทั้งหมดในปี 2024 สูงถึง 638,000 ล้านเหรียญ (ประมาณ 21.1 ล้านล้านบาท) โดยรายได้จาก e-commerce อยู่ที่ 447,000 ล้านเหรียญ

ขณะที่ Walmart มียอดขาย e-commerce ทั่วโลกมากกว่า 100,000 ล้านเหรียญ ในปี 2023 หรือราว 3.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 17.8% ของรายได้รวม

รายงานยังระบุว่า Apple และ Airbnb ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาออก Stablecoin ของตัวเอง เช่นกัน

โดยธนาคารยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสอย่าง Societe Generale ได้เปิดตัว USDCV ไปแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยออกผ่านบริษัทลูกด้านคริปโทชื่อ Societe Generale-FORGE เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างเงินดิจิทัลและเงินเฟียตได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

กระแสการพัฒนา Stablecoin ครั้งนี้ สะท้อนถึงกรอบกำกับดูแลในสหรัฐฯ ที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยร่างกฎหมายสำคัญที่กำลังผลักดันกันอยู่ในสภาคือ GENIUS Act ซึ่งกำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ต้องถือสินทรัพย์หนุนแบบ 1:1 พร้อมมีข้อกำหนดเรื่องการยืนยันตัวตน (KYC) และป้องกันการฟอกเงิน (AML)

โดยเงื่อนไขสำคัญคือ Stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดรวมเกิน 10,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 330,000 ล้านบาท จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

นับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่จะพลิกโฉมวงการการเงินแบบดั้งเดิมสู่โลกการเงินไร้ตัวกลางหรือ DeFi ซึ่งหากเหล่าธนาคารหรือระบบการเงินเก่าปรับตัวไม่ทัน ก็อาจถูกลดบทบาทลงอย่างถาวร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...