โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา รอยร้าวความสัมพันธ์ที่อาจลุกลามไปยังการค้าชายแดน เจ็บทั้งสองฝ่าย หวั่นปิดด่านถาวร ทำมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยเสียหายหลักหมื่นล้านบาทต่อเดือน

BTimes

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 20.12 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 07.00 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายๆ คนจะได้ติดตามข่าว สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ก่อนหน้านี้เกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชาในพื้นที่ที่ยังมีข้อพิพาทเรื่องเส้นเขตแดน ซึ่งปัจจุบันก็ได้กลายเป็นประเด็นตอบโต้ทางการเมืองกันระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ

ในแง่มุมของความมั่นคง แม้นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร จะออกมาย้ำจุดยืนเดิมคือจะเข้าสู่กลไกการเจรจาในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา หรือ JBC และยังย้ำแนวทางเรื่องการเมืองระหว่างประเทศโดยเฉพาะเพื่อนบ้านควรคุยกันอย่างมิตร

<การค้าไทย-กัมพูชาน่ากังวล>

ในแง่ของการค้า โดยเฉพาะการค้าชายแดนยังเป็นประเด็นที่น่ากังวลอยู่ เนื่องจากเป็นเส้นทางและจุดค้าขายหลักของทั้งสองประเทศ ทั้งการลำเสียงสินค้าส่งออกไปขายยังเพื่อนบ้าน โดยในช่วงปี 2567 พบว่าเฉพาะการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา มีการค้ารวม 175,530 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 141,846 ล้านบาท การนำเข้ามูลค่า 32,684 ล้านบาท ได้ดุลการค้า 109,163 ล้านบาท

ใน 4 เดือนแรกของปี 2568 ถึง เม.ย. 2568 มูลค่าการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา มีมูลค่า 64,612 ล้านบาท เป็นการส่งออก 50,225 ล้านบาท และการนำเข้า 14,387 ล้านบาท ซึ่งไทยยังได้ดุลการค้ามูลค่า 35,838 ล้านบาท

คุณอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประเมินว่าหากไทยมีการปิดด่านชายแดน แค่ที่ด่านอรัญประเทศเพียงแห่งเดียว จะส่งผลต่อมูลค่าการค้ามากกว่า 60% ของทั้งหมด ปิดด่านคลองใหญ่ และจันทบุรี รวมกันอีก 30% ดังนั้นสรุปการปิดด่านใหญ่ 3 แห่งจะทำให้การค้าชายแดนไทย–กัมพูชาหยุดชะงักเกือบทั้งหมด เพราะมูลค่าการค้าในด่านอรัญประเทศ (สระแก้ว) 110,718 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 63.4%

<ถ้าปิดด่านชายแดน 100% จะแย่กันหมด>

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มองว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังไทยใช้ มาตรการจำกัดเวลาเปิด–ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ผลกระทบที่เห็นชัดในปัจจุบันคือ การที่ด่านอรัญประเทศ มีมาตรการห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ข้ามแดน ทำให้ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนไปใช้รถกระบะลำเลียงสินค้าแทน ซึ่งทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการบางส่วนต้องปรับไปใช้ด่านบ้านหนองเอี่ยน บริเวณสะพานมิตรภาพไทย–กัมพูชาที่ยังเปิดให้รถบรรทุกข้ามได้

สำหรับสินค้าที่กัมพูชานำเข้าจากไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภค บริโภค เป็นสินค้าจำเป็นในการดำรงชีวิต ถึงแม้ว่าจะมีสินค้าทดแทนจากเวียดนามก็ตาม แต่หากดูจากระยะทางของการส่งสินค้าจากไทยจะใกล้ และสะดวกกว่า รวมไปถึงค่าใช้จ่ายก็จะน้อยกว่า และกัมพูชาอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงการนำเข้าสินค้าจากไทยเป็นนำเข้าจากเวียดนาม ซึ่งหอการค้าไทยมองว่ากัมพูชาน่าจะยังคงนิยมบริโภคสินค้าจากไทยมากกว่า ถ้าหากรัฐบาลไทยไม่มีมาตรการปิดชายแดนถาวร

ขณะนี้การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาของรัฐบาลเป็นการปิดด่านชั่วคราวไม่ได้มีเงื่อนไขในการกีดกันการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าระหว่างกัน และการเปิดเส้นทางส่งออกสินค้าระหว่างกันยังคงดำเนินการอยู่ การค้าก็ยังเป็นปกติ มาตรการยังจำกัดการข้ามแดนไทย–กัมพูชา จะกระทบการส่งออกไทยเพียง 5–10% แต่ถ้าหากปิดด่าน 100% ถาวร ก็มองว่าจะเกิดความเสียหาย ซึ่งอาจได้เห็นความเสียหายของมูลค่าทางเศรษฐกิจหลัก 10,000 ล้านบาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คงต้องจับตาดูว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ โดยทั้ง 2 ฝ่าย ก็ตรึงกำลังทหารตามแนวชายแดนซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ แต่ต้องรอดูแนวทางการแก้ไขของทั้ง 2 ประเทศจะเป็นอย่างไร ถ้าประชาชนทั้ง 2 ประเทศไม่มีความบาดหมางต่อกันผลกระทบทางเศรษฐกิจจะไม่สูง ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 2 ประเทศพยายามลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

<จำกัดเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดนการค้าขายเริ่มสะดุด>

คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากมาตรการการเปิด–ปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา ตามเวลาของกองทัพบก ย่อมทำให้เกิดการชะงักงันของการขนส่งสินค้าที่ต้องผ่านชายแดน ซึ่งจากการสอบถามสมาชิกของ ส.อ.ท. พบว่าปัจจุบันเริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว แต่ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ในขณะนี้ กำลังรอสรุปตัวเลขที่ชัดเจนอยู่

ซึ่งเวลานี้ยังประเมินไม่ได้ว่าการเปิด-ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ตามเวลาของกองทัพบกนั้น จะกระทบเท่าไหร่ แต่หากคำนวณด้วยวิธีการหารจากยอดส่งออกทั้งหมดต่อวัน ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาทต่อวัน แต่ต้องทำความเข้าใจด้วยว่ามูลค่า 500 ล้านบาทดังกล่าวคงไม่ได้ถูกกระทบไปทั้งหมด มีเพียงบางส่วนเท่านั้น หรือเรียกว่าถูกกระทบบ้าง โดยหวังว่าสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นจะไม่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน เพราะยิ่งยืดเยื้อมากเท่าไหร่ ผลกระทบก็จะมากขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากการที่มีมาตรการไม่ปกติ ย่อมทำให้เกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็เข้าใจว่าการดำเนินมาตรการดังกล่าว เพื่อทำให้เกิดการเจรจาหาข้อสรุปอย่างสันติวิธี

คุณเกรียงไกร มองว่าการเกิดข้อพิพาทดังกล่าวจะทำให้ทั้งไทยและกัมพูชาได้รับความเสียหาย ซึ่งไทยเป็นฝ่ายที่ได้ดุลการค้ากัมพูชาจากการส่งสินค้าอุปโภค บริโภค น้ำมันเครื่อง เครื่องยนต์ เครื่องจักร ซึ่งเมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้นสินค้าดังกล่าวก็จะได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งนี้เชื่อว่าไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วไทยก็จำเป็นต้องปิดด่านขั่วคราว เพื่อให้เกิดการเจรจาบนโต๊ะ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเจรจาจะได้ผลที่ดี มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อทำให้ด่านต่างๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ จะส่งผลดีกับประชาชนของทั้ง 2 ประเทศที่จะไม่ได้รับผลกระทบ และจะมีการค้าขายกันเหมือนเดิม

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศของไทยเองก็ได้ออกมาตรการจำกัดฟรีวีซ่าคนกัมพูชา ให้เหลือแค่ 7 วัน จากเดิม 60 วันแบบไม่มีกำหนด รวมทั้งอาจจะมีการตัดไฟฟ้า ตัดอินเทอร์เน็ตที่ไทยเชื่อมต่อขายให้กับกัมพูชาด้วย รวมทั้งมาตรการของกองทัพที่ปิดด่านชายแดน

<กัมพูชาโต้กลับ หลังถูกขู่ตัดไฟฟ้า-อินเทอร์เน็ต จำกัดเปิด–ปิดด่าน>

ล่าสุด ทางฝ่ายกัมพูชาก็มีมาตรการตอบโต้ออกมาต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยเว็บไซต์สำนักข่าวขะแมร์ไทม์ khmertimeskh.com เปิดเผยข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดจากฝั่งกัมพูชาจาก “สมเด็จ ฮุน เซน” ประธานสภาผู้แทนราษฎรกัมพูชา ระบุว่า หากฝ่ายไทยยังคงปฏิเสธที่จะเปิดจุดผ่านแดนที่ได้ปิดไปโดยฝ่ายเดียว โดยได้ประกาศ

  • ระงับการนำเข้าสินค้าจากไทยสู่ตลาดกัมพูชา ซึ่งหมายถึงการหยุดการใช้สินค้าจากไทยและแทนที่ด้วยสินค้าท้องถิ่นหรือสินค้าจากประเทศอื่นที่ไม่ใช่ไทย

  • เตรียมแผนการซื้อสินค้าส่วนใหญ่ที่เคยส่งออกไปยังไทย โดยการหาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

  • ส่งต่อผู้ป่วยที่เคยขอรับการรักษาจากไทยให้ไปยังโรงพยาบาลในประเทศหรือสถาบันการแพทย์ในประเทศอื่น

  • เตรียมแผนการรับและจัดการการจ้างงานสำหรับแรงงานที่อาจจะต้องกลับจากไทย กัมพูชากำลังเผชิญกับการขาดแคลนแรงงานในหลายภาคส่วน เช่น อุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการก่อสร้าง โดยแรงงานกัมพูชาอาจเลือกที่จะกลับประเทศโดยสมัครใจ ก่อนที่จะถูกส่งกลับจากไทย ซึ่งบางพื้นที่ในไทยกำลังประสบกับการเลือกปฏิบัติและการดูถูกจากบางกลุ่ม

  • ทุกกองกำลังทหารต้องอยู่ในสภาพพร้อมรบตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อพร้อมรับมือและปกป้องหากเกิดการรุกราน
    6.จังหวัดที่อยู่ใกล้ชายแดนต้องเตรียมพร้อมที่จะอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย และจัดเตรียมอาหาร ยารักษาโรค และวัสดุจำเป็นอื่นๆ ให้เพียงพอ

<คนกัมพูชาแบนสินค้าไทย>

ในส่วนของกระแสแบนสินค้าไทยจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยนั้น กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าตอนนี้ยังอยู่ในวงจำกัดเฉพาะกลุ่ม แต่หลังจากนี้คงต้องติดตามต่อว่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมา ท่านฮุน เซน และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พยายามไม่ให้คนกัมพูชาโยงเรื่องข้อพิพาทไปประเด็นอื่น แต่ขณะนี้ทั้ง 2 คนได้ประกาศออกมาเอง ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน จึงคาดเดาได้ยากว่าทิศทางจะเป็นแบบไหน

การออกมาประกาศของ ฮุน เซน คาดว่าเป็นการตอบโต้มาตรการของไทยที่ห้าม ชาวไทยข้ามไปเล่นพนันที่ด่านอรัญประเทศ–ปอยเปต จนส่งผลให้กิจการกาสิโนซบเซาลงไปมาก รวมถึงเป็นการสร้างข้อต่อรองกับฝ่ายไทย ก่อนการเจรจา JBC ในวันที่ 14 มิ.ย.

“ในมุมองของคนในพื้นที่ เชื่อว่าต่างฝ่ายต่างพึ่งพาอาศัยกันตามวิถีชีวิตของชาวบ้านที่สืบเนื่องกันมานมนาน ภายหลังจากหมดยุคสงครามชิงดินแดนในอดีต แต่ทว่า ความขัดแย้งในปัจจุบันกลายเป็นระดับการเมืองระหว่างประเทศ และอาจลุกลามไปยังเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการค้าการขายของ 2 ประเทศตามแนวชายแดนและผ่านแดนไปยังประเทศที่ 3 นอกจากเศรษฐกิจชายแดนจะเสียหาย และประชาชนที่อยู่รอบชายแดนเอง ก็จะได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...