โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ช็อกทั้งประเทศ! “บีบสิว” แค่เม็ดเดียว พรากชีวิตเด็ก 15 ดับสยองคาเตียง!

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 19.23 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 11.59 น. • เดลินิวส์
เตือนแล้วอย่าหาทำ! เด็ก 15 ดับสลดเพราะ

สิวใครว่าเป็นเรื่องเล็ก ไม่ว่าจะรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ หากใครได้ประสบพบเจอก็ทำเอาเครียดกันเลยทีเดียว เพราะนอกจะทำให้หน้าเป็นตุ่มหนองแล้ว ยังทำให้ขาดความมั่นใจในความงามของตัวเองด้วย แต่ใครจะคิดว่าสิว เป็นภัยร้ายแรงนอกจากความสวย แต่มันหมายถึงอาจทำให้ถึงตายได้กันเลยทีเดียว อย่างกรณีเคสนี้เป็นต้น

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. จากข้อมูลของโรงพยาบาลโรคเขตร้อนส่วนกลางของเวียดนาม ได้มีการรับเคสผู้ป่วยหญิงวัย 15 ปี ที่เกิดอาการช็อกจากการติดเชื้ออย่างรุนแรง สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย สแตฟฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) ซึ่งเข้าสู่ร่างกายผ่านการบีบสิวอักเสบบนใบหน้าด้วยตนเอง เชื้อแบคทีเรียได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสมองและปอด แม้จะได้รับการรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจและฟอกเลือดอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ป่วยก็ไม่ตอบสนองต่อการรักษา และเสียชีวิตในที่สุดเนื่องจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง

อีกกรณีหนึ่งที่น่าสนใจคือ คุณ D.T.L. อายุ 32 ปี จากเมืองเหมลิญ ฮานอย ซึ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยภาวะเซลลูไลติสรุนแรง และมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

คุณ D.T.L. เล่าว่า 6 วันก่อนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เธอสังเกตเห็นสิวเม็ดหนึ่งที่หน้าผาก และด้วยความเคยชิน เธอจึงใช้มือบีบสิวและทายารักษาสิวเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันต่อมา บริเวณหน้าผากเริ่มบวมแดง มีหนองสีเหลือง และลุกลามไปถึงบริเวณตาซ้าย พร้อมกับมีไข้และอาการปวดอย่างรุนแรง

หลังจากรักษาที่คลินิกเอกชน 2 วันโดยไม่มีอาการดีขึ้น เธอจึงถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลโรคเขตร้อนส่วนกลาง ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนเพลียอย่างมาก บริเวณหน้าผากบวมแดง ปวด และมีฝีหนอง แพทย์วินิจฉัยว่าเธอเป็นภาวะเซลลูไลติส (Cellulitis) หรือการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบริเวณใบหน้า

นายแพทย์ฮว่าง ฮุย ตู๋ แผนกอายุรกรรมทั่วไป โรงพยาบาลโรคเขตร้อนส่วนกลาง กล่าวว่า "ผู้ป่วยมีสิวอักเสบบริเวณหน้าผาก แต่เนื่องจากใช้มือบีบสิว จึงทำให้เกิดการติดเชื้อและบวมโต แพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นเซลลูไลติสใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการติดเชื้อเนื้อเยื่ออ่อนเฉียบพลันที่เกิดจากแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) หรือสแตฟฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus)"

นายแพทย์กล่าวเสริมว่า แบคทีเรียเหล่านี้สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลจากการบีบสิว หรือแม้แต่รอยขีดข่วนเล็กๆ บนผิวหนัง และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด และอาจถึงแก่ชีวิตได้ โชคดีที่คุณ D.T.L. ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันเวลา และกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้น

คำเตือนจากแพทย์: การบีบสิวด้วยตัวเอง โดยเฉพาะสิวอักเสบหรือสิวหัวช้าง อาจนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรงที่ผิวหนังและอาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัย

ที่มา Soha

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...