โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ไขรหัสPTTเบอร์1ไทย ใหญ่ยั่งยืนในสายตาโลก

ทันหุ้น

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 00.43 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 00.43 น.

#PTT #ทันหุ้น – ถอดรหัส PTT กับความยิ่งใหญ่สายตาชาวโลก หลังอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ชี้ PTT รั้งเบอร์ 1 ในไทย และเบอร์ 2 อาเซียน ตอกย้ำถึงความยืดหยุ่นและอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของ ปตท. ในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของภูมิภาค อะไรคือสูตรสำเร็จ

“บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)” หรือ PTT ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย และอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใน Fortune Southeast Asia 500 ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ภายใต้การนำของ “ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT ที่เน้นหลักการ “TOGETHER FOR SUSTAINABLE THAILAND, SUSTAINABLE WORLD” ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ ปตท. มีพันธกิจในการ “สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย สร้างการเติบโตควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” เป็นการบูรณาการมิติทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาลเข้ากับการดำเนินงานทั้งหมด

แม้นโยบายของ ดร.คงกระพัน จะมุ่งเน้นสรรพกำลังไปที่ธุรกิจจุดเด่นของ ปตท. คือ ตะลุย “ไฮโดรคาร์บอน” ขณะที่ธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของ ปตท. อย่าง EV หรือ โลจิสติกส์ กลับลดสัดส่วน แม้แต่กระทั่งธุรกิจ วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต ก็พยายามให้พันธมิตรขึ้นมามีบทบาท ซึ่ง ดร.คงกระพัน กล่าวชัดเจนว่า ธุรกิจ Non-Hydrocarbon ต้องมีความน่าสนใจและ ปตท. มี Right to Play หรือมีจุดแข็ง และมี Partner ที่แข็งแรง หลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง

จึงไม่แปลกที่ PTT จะเร่งให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไฮโดนเจน และการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ที่ตรงความแข็งแกร่ง ส่งเสริมมูลค่าระยะยาวอย่างยั่งยืน

@ PTTกลยุทธ์ถูกทาง

สำหรับ Fortune Southeast Asia 500 มีบริษัทไทย 100 แห่งติดอันดับ จำนวนมากเป็นอันดับ 2 รองจากอินโดนีเซียที่มี 109 แห่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลทางเศรษฐกิจของไทย และภาคพลังงานยังคงเป็นภาคส่วนที่โดดเด่นในรายชื่อนี้ การที่ ปตท. สามารถรักษาระดับอันดับ 1 ในประเทศไทย และอันดับ 2 ในอาเซียน ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานที่ผันผวนและเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความเสี่ยงหลายด้าน

นี่ไม่ได้เป็นเพียงผลจากผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและความสามารถในการสร้างผลกำไร โดยปี 2567 มีกำไรสุทธิ 90,072 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลสูงถึง 2.10 บาทต่อหุ้น

“แม้จะเผชิญกับสถานการณ์พลังงานที่มีความผันผวน และเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปีที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจว่า ปตท. เดินกลยุทธ์ถูกทิศทาง สามารถรับมือกับปัจจัยภายนอกและความท้าทายได้เป็นอย่างดี รวมถึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่ 1 ในประเทศ และเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จาก Fortune Southeast Asia 500” ดร.คงกระพัน ระบุ

@ รุกธุรกิจคู่ความยั่งยืน

ปตท. มีกลยุทธ์มุ่งเน้นธุรกิจหลัก Hydrocarbon สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศผ่านธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม อาทิ เพิ่มกำลังการผลิตก๊าซจากแหล่งเอราวัณเป็น 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และเข้าซื้อหุ้น 10% ในโครงการสัมปทาน Ghasha ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแสวงหาแหล่งพลังงงานอื่น ขณะเดียวกันยังเดินหน้ามุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย LNG ในภูมิภาค รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น

อีกขาหนึ่งอีกทั้งกลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 โดยดำเนินการอย่างบูรณาการร่วมกันทั้งกลุ่ม ปตท. ศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage : CCS) รวมถึงพัฒนา CCS Hub Model เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ปตท. และอุตสาหกรรมในประเทศ รวมถึงโอกาสขยายผลสู่ระดับภูมิภาคในอนาคตต่อไป

รวมถึงการแสวงหาโอกาสในธุรกิจไฮโดรเจนสำหรับภาคอุตสาหกรรม จัดหาไฮโดรเจนและแอมโมเนียคาร์บอนต่ำ และการประยุกต์ใช้ในภาคการผลิตไฟฟ้าเพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลเชิงธุรกิจ ความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการเติบโตควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับ Top 1% ในอุตสาหกรรม Oil & Gas Upstream & Integrated (OGX) ในการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) ของ S&P Global ปี 2567 และได้รับการจัดอันดับในดัชนีความยั่งยืน DJSI เป็นปีที่ 13 ติดต่อกัน

@ เพิ่มขีดความสามารถกำไร

อีกจุดที่เป็นจุดเด่นของ PTT คือ การเร่งสร้างความแข็งแรงภายใน ยกระดับ Operational Excellence เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งสามารถยกระดับผลกำไร รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งด้วยการรักษาวินัยทางการเงินและการลงทุนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนบริหารสภาพคล่องกระแสเงินสดภายในกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ ยึดหลักการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล (Good Governance) ดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุล สร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม พัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคมไทย เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคมและผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

โดยรวมแล้ว ความสำเร็จของ ปตท. ภายใต้การบริหารของ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง เป็นผลมาจากแนวทางที่รอบด้านซึ่งผสมผสานความแข็งแกร่งทางธุรกิจเข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นำพา ปตท. ไม่เพียงแต่รักษาตำแหน่งที่โดดเด่นในตลาดภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยในฐานะผู้เล่นหลักในภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...