“อาเล็ก ธีรเดช” รับใจหาย “โบว์ เมลดา” เตรียมบินไปเรียนต่อ นาน 2 เดือน เผยไม่เคยห่างกันขนาดนี้ หวั่นเสียน้ำตาตอนไปส่ง
ก่อนหน้านี้นางเอกสาว โบว์ เมลดา ได้ออกมาแพลนไปเรียนภาษาไกลถึงประเทศอังกฤษ นาน 2 เดือน ซึ่งตอนนี้ใกล้ถึงเวลาแล้ว ล่าสุด อาเล็ก ธีรเดช ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่แฟนสาว เตรียมบินไปเรียน
พร้อมกับทำหน้าเศร้า และบอกว่า “จริงๆ ไม่เคยห่างกันขนาดนี้ ตั้งแต่โตมาเรามีแฟนไม่เคยมีโมเมนต์ที่ต้องห่างกันแบบนี้เลย คือเราไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ แต่ปกติเราก็จะเจอกันบ่อยๆ เกือบทุกวัน แล้วพอรู้ว่าเดี๋ยวเขาจะไม่อยู่ 2 เดือน เราก็จะมีความรู้สึกว่า…แล้วเราจะทำอะไรอ่ะ แต่ก็แพลนไว้แล้วว่ายังไงก็จะบินไปหาเขา”
ตอนที่เขามาบอกว่าจะบินไปเรียนที่อังกฤษ ใจหายไหม? “คุ้นๆ ว่าตอนแรกที่เขามาบอกว่าหนูจะไปเรียนนะ จังหวะนั้นเหมือนเราสะลึมสะลืออยู่บนรถ แล้วก็แบบตกใจ คือรู้ว่าเขาพูดจริงแหละ แต่มันก็เอ๊ะ! ทำไมจู่ๆ ถึงจะไป เพราะเขาไม่ได้มีมาบอกเราก่อนเลยว่าอยากไปเรียน คือเขาน่าจะไปคุยกับคนที่เคยไปมาแล้วอยากไปบ้าง ตอนแรกจะไป 4 เดือนเลยด้วยซ้ำ จริงๆ ในใจเราก็บอกว่าไม่ให้ไปนานขนาดนั้น แต่เราไม่ได้พูดคำนี้เพราะเราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา ผมก็เลยเอาอย่างอื่นมาอ้างว่างานกำลังเยอะนะ คุยกับผู้จัดการหรือยัง เขาให้ไปเหรอตั้ง 4 เดือน สุดท้ายพอสรุปมาเหลือ 2 เดือนผมก็แบบโอเค”
ล่าสุดโบว์ให้สัมภาษณ์ว่าถ้าตอนที่ไปอยู่อังกฤษ แล้วมีใครมาเล่าอะไรให้ฟังว่าเจออาเล็กอย่างนี้อย่างนั้นให้เตรียมตัวรับมือเลย? “โอ้โห! จ้างคนมาจับตาดูได้เลย สบายใจได้ ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน จะอยู่เมืองไทยหรืออยู่ที่โน่น ผมก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว
หมั้นไว้ก่อนเลยไหม ไหนๆ ก็ให้แหวนแล้วนี่? แหวนวงนั้นให้ไปเพราะว่าไปโน่นเห็นแหวนแล้วมันจะได้เออ…มีเจ้าของแล้ว ล้อเล่นๆ จะบอกว่าไม่ต้องใส่ไปเพราะจะได้ไม่ต้องระวัง”
คิดไปล่วงหน้าว่าวันไปส่งจะมีร้องไห้ไหม? “ผมเป็นคนเซนซิทีฟกับอะไรพวกนี้มาก ไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือเปล่า แต่มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว เมื่อก่อนญาติที่เป็นพี่ชายเขาต้องบินไปกลับอเมริกาตลอด พอเขาไปทีนึงเรายังร้องไห้เลย แล้วนี่แฟนเราอ่ะ ถามว่ามีข้อตกลงต้องวิดีโอคอลกันทุกวันไหม ไม่มีครับ แต่ถ้าเราว่างก็ต้องโทรหาเขาก่อนอยู่แล้ว ช่วงนั้นก็เตรียมตัวนอนน้อยละ เพราะไทม์โซนมันต่างกัน อย่างถ้าเขาเลิกเรียน 4 โมงเย็น บ้านเราก็ 4 ทุ่มไง แต่เดี๋ยวต้องคุยกันให้ดีเพราะเขาไปคนเดียวด้วย ผมก็มีความเป็นห่วงอยู่แล้ว ปกติเวลาน้องอยู่ที่เมืองไทยก็จะมีคนช่วยดูแล พอไปอยู่ที่โน่นคนเดียวเราเลยค่อนข้างมีความกังวลในเรื่องการใช้ชีวิตหลายๆ อย่าง ผมคงต้องมอนิเตอร์เขาเรื่อยๆ ส่วนเรื่องหนุ่มๆ ไม่กังวลแน่นอน ไม่ได้มั่นใจว่าเราเอาอยู่ แต่เรามั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น”