โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พิชัย" โรดโชว์นักธุรกิจ EU -เร่งปิดดีลเอฟทีเอไทย-อียูปี 68 สร้างแต้มต่อการค้าไทย

Khaosod

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.43 น.

"พิชัย" แจงนักธุรกิจ EU ย้ำเร่งปิดดีลเอฟทีเอไทย-อียู ภายในปี68 สร้างแต้มต่อการค้าไทย

30 มิ.ย.2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาในงาน EABC Luncheon: Advancing Trade, Investment, and FTAs in a Shifting Global Landscape จัดโดยสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์(European Association for Business and Commerce: EABC) ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ ที่มีผู้แทนภาคธุรกิจยุโรป สมาชิก EABC และผู้แทนทางการทูต เข้าร่วมงานคับคั่งว่า

เศรษฐกิจไทยภายใต้การนำของรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ภาคการส่งออกของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเศรษฐกิจไทยซบเซามานานกว่า 10 ปีที่ผ่านมา การส่งออกเฉลี่ยเติบโตเพียง 1.9% ต่อปี แต่หลังจากรัฐบาลชุดปัจจุบันเข้าบริหารประเทศ มีการลงทุนไหลเข้ามากถึง 2.58 ล้านล้านบาท

และการส่งออกช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาของรัฐบาลนี้ ขยายตัว 13.3% เป็นตัวเลขสูงที่สุด ไม่เห็นตัวเลขนี้นับ 10 ปี ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกปี 2568 ขยายตัวสูงถึง 14.9% โดยเฉพาะเดือนพ.ค. เติบโตถึง 18.4% สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว และคาดว่าตัวเลขเดือนมิ.ย. จะดีเช่นกัน

นายพิชัย กล่าวต่อว่า รัฐบาลมุ่งส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนในอุตสาหกรรมศักยภาพสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น แผงวงจรพิมพ์ (PCB) และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ

ทั้งนี้ ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการค้าระหว่างประเทศและการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การดึงดูดการลงทุน และสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการส่งออกของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจภูมิรัฐศาสตร์ และภาษีทรัมป์

นายพิชัย กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจา FTA ไทย–สหภาพยุโรป (EU) ว่า เป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดของรัฐบาลไทย และได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ความตกลง FTA ฉบับนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับยุโรป ขยายการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เห็นว่าการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและนักธุรกิจยุโรปจะช่วยให้การเจรจา FTA ไทย-EU สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างราบรื่น

ทั้งนี้ การเจรจารอบที่ 6 เพิ่งเสร็จสิ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อยุติใน 3 บท ได้แก่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) การค้ากับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TSD) และอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) ส่งผลให้มีบทที่สรุปแล้วทั้งหมด 7 บท ขณะเดียวกันได้เริ่มหารือหัวข้อสำคัญอย่างการเปิดตลาดแล้ว

“ความสำเร็จของการเจรจา FTA ไทย–EU ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย ผมจึงขอความร่วมมือและการสนับสนุนจากท่านเพื่อให้เราสามารถสรุปความตกลงฉบับนี้ได้ภายในสิ้นปีนี้ และสร้างผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว” นายพิชัย กล่าว

สำหรับความตกลงการค้าเสรี ไทยมี FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้ว 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศทั่วโลก และได้เจรจาเสร็จสิ้นอีก 3 ฉบับกับศรีลังกา EFTA และภูฏาน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการให้สัตยาบัน โดยเฉพาะ FTA ไทย–EFTA ซึ่งเป็นความตกลงฉบับแรกกับประเทศในยุโรป ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายความร่วมมือทางการค้า

สำหรับสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) เจ้าภาพจัดงานครั้งนี้ ก่อตั้งเมื่อปี 2554 โดยความร่วมมือของหอการค้ายุโรป องค์กรธุรกิจยุโรป และนักธุรกิจในประเทศไทยกว่า 130 ราย อาทิ DHL, Airbus, AstraZeneca, PepsiCo และ L’Oral วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนบรรยากาศการค้าและการลงทุนของยุโรปในไทย และใช้ไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน

ส่วนด้านการค้า ช่วงเดือนม.ค.-พ.ค.2568 EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น มีมูลค่าการค้ารวม 18,092.23 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 0.57% โดยไทยส่งออกไปEU 10,696.81 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.86% ไทยนำเข้าจาก EU 7,395.41 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 9.40% ไทยได้ดุลการค้ากับ EU 3,301.40 ล้านเหรียญสหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "พิชัย" โรดโชว์นักธุรกิจ EU -เร่งปิดดีลเอฟทีเอไทย-อียูปี 68 สร้างแต้มต่อการค้าไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...