โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“อินโดนีเซีย” จ่อออกกฎใหม่ สั่งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหักรายได้ผู้ค้าส่งรัฐ สกัดเศรษฐกิจนอกระบบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 07.06 น.

อินโดนีเซีย ยืนยันเตรียมออกกฎใหม่ บังคับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหัก 0.5% จากรายได้ผู้ค้ารายย่อยและส่งให้รัฐ หวังจัดการเศรษฐกิจนอกระบบ พร้อมเร่งหารือผู้ประกอบการ ขณะที่อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซอินโดนีเซียโตแรง คาดแตะ 150,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 13.38 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อินโดนีเซียเตรียมออกกฎระเบียบใหม่ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องเก็บและส่งรายได้จากการขายของผู้ค้าให้กับหน่วยงานรัฐ เพื่อจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ หรือ "Shadow Economy" ตามคำยืนยันของสำนักงานภาษีอินโดนีเซียเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งสอดคล้องกับรายงานพิเศษของสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อต้นสัปดาห์นี้

โดยรายงานของรอยเตอร์อ้างอิงแหล่งข่าวว่า กฎใหม่จะกำหนดให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องหักเงินจากรายได้ของผู้ค้ารายย่อยและขนาดกลางเป็นจำนวน 0.5% เพื่อนำส่งให้ทางการ

แหล่งข่าวระบุว่ากฎระเบียบนี้อาจเริ่มบังคับใช้เร็วที่สุดในเดือนหน้า อย่างไรก็ตามสำนักงานภาษีอินโดนีเซียยังไม่ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน เนื่องจากบางแพลตฟอร์มกังวลว่าจะต้องใช้เวลาในการเตรียมระบบรองรับข้อบังคับดังกล่าว

สำนักงานภาษีอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ว่า "กฎระเบียบนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำ และจะมีการประกาศและอธิบายให้ประชาชนรับทราบเมื่อเสร็จสมบูรณ์" พร้อมระบุว่า มีการหารือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว และได้รับการสนับสนุนในเบื้องต้น

สมาคมอีคอมเมิร์ซอินโดนีเซีย (idEA) แสดงจุดยืนพร้อมปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล แต่แสดงความกังวลเกี่ยวกับระยะเวลาในการบังคับใช้ โดยระบุว่าต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อผู้ค้าหลายล้านราย

กฎระเบียบนี้จะส่งผลต่อผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของอินโดนีเซีย อาทิ TikTok Shop ของ ByteDance, Tokopedia (ของกลุ่ม GOTO), Shopee ของ Sea Limited, Lazada ที่มี Alibaba หนุนหลัง, Blibli และ Bukalapak ตามข้อมูลของแหล่งข่าว

นอกจากนี้แหล่งข่าวยังระบุว่าอาจมีบทลงโทษสำหรับแพลตฟอร์มที่รายงานล่าช้าด้วย

ByteDance ซึ่งเป็นเจ้าของ Tokopedia หนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย ระบุในแถลงการณ์ต่อรอยเตอร์ว่า บริษัทต้องใช้เวลาในการเตรียมการเพื่อให้สอดรับกับข้อบังคับดังกล่าว

Tokopedia มีผู้ค้าลงทะเบียนประมาณ 12 ล้านราย และในปี 2566 มียอดมูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 249 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 1.53 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลของบริษัท

TikTok กล่าวในแถลงการณ์ว่า "เราหวังว่าการบังคับใช้กฎระเบียบนี้จะคำนึงถึงระยะเวลาในการเตรียมความพร้อม ทั้งในด้านเทคนิคของแพลตฟอร์ม และศักยภาพของผู้ค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้ารายย่อยและขนาดกลาง"

สำนักงานภาษีอินโดนีเซีย ระบุว่า กฎระเบียบใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการตรวจสอบและควบคุมเศรษฐกิจนอกระบบ และช่วยให้ผู้ค้าปฏิบัติตามกฎหมายภาษีได้ง่ายขึ้น หลังมีความกังวลว่ากระบวนการยื่นภาษีมีความซับซ้อนจนทำให้ผู้ค้าจำนวนมากหลีกเลี่ยงภาษี

อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซของอินโดนีเซียเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปีที่แล้วมีมูลค่าการซื้อขายรวม (GMV) ราว 65,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเติบโตแตะระดับ 150,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ตามรายงานร่วมของ Google, Temasek (กองทุนของรัฐบาลสิงคโปร์) และ Bain & Company

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...