โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสภาพล่าสุด วัดป่าชื่อดัง ถูกปล่อยร้าง15ปี นับหมื่นเคยหลั่งไหลทำบุญ

Khaosod

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 07.13 น.
เปิดสภาพล่าสุด วัดป่าชื่อดัง ถูกปล่อยร้าง15ปี นับหมื่นเคยหลั่งไหลทำบุญ

เปิดสภาพล่าสุด วัดป่าชื่อดัง ถูกปล่อยร้าง 15 ปี สุดโทรม ป่าหญ้าปกคลุมกุฏิ พุทธศาสนิกชนนับหมื่นเคยหลั่งไหลประกอบศาสนกิจ เผย เงินวัด 15 ล้านใครดูแล

วันที่ 26 มิ.ย.2568 ชาวบ้านในชุมชนบ้านทรายมูล ม.2 ต.คลองนา อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ทหารจิตอาสา พร้อมใจร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในวัดป่าชินรังสี หรือ วัดคลองนา โดยเฉพาะศาสนสถานภายในวัดที่มีสภาพทรุดโทรม ปลวกกัดกินจนเสียหาย หญ้าขึ้นรกปลกคลุมทั่วพื้นที่

ทั้งที่ในอดีตวัดป่าแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของพุทธศาสนิกชนนับหมื่น ที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ ในสมัยที่ พระราชสังวรญาณ หรือ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย พระบูรพาจารย์ผู้สร้างวัดคลองนา หรือสำนักสงฆ์ป่าชินรังสีในสมัยนั้น

เปิดสภาพล่าสุด วัดป่าชื่อดัง ถูกปล่อยร้าง 15 ปี สุดโทรม ป่าหญ้าปกคลุมกุฏิ พุทธศาสนิกชนนับหมื่นเคยหลั่งไหลประกอบศาสนกิจ เผย เงินวัด 15 ล้านใครดูแล

เปิดสภาพล่าสุด วัดป่าชื่อดัง ถูกปล่อยร้าง 15 ปี สุดโทรม ป่าหญ้าปกคลุมกุฏิ พุทธศาสนิกชนนับหมื่นเคยหลั่งไหลประกอบศาสนกิจ เผย เงินวัด 15 ล้านใครดูแล

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2530 หลวงพ่อพุธได้ส่งพระมา จำนวน 5 รูป โดยมี พระเพชร เขมงฺกโร มาดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาส และให้ดำเนินการก่อสร้างวัดเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์หลวงพ่อพุธ

ต่อมาในภายหลังหลวงพ่อพุธ ฐานิโย มาจำพรรษา เมื่อปี พ.ศ.2533 เพื่อเป็นเสาหลักในการสร้างวัดคลองนา และเผยแผ่หลักธรรมคำสอน (เป็นพรรษาที่ 49 ของหลวงพ่อพุธ) และพรรษา 51-52-53-54 (พ.ศ.2535-2538) เพื่อนำพุทธศาสนิกชนร่วมกันก่อสร้างอุโบสถและวิหารจนแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2538 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา

ซึ่งในอดีตวัดคลองนาจะมีลักษณะเด่น คือ มีภูมิทัศน์ร่มรื่น สงบ มีต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก เหมาะสมแก่การปฏิบัติธรรม แต่เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป จนหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ได้มรณภาพลง วัดคลองนา หรือวัดป่าชินรังสี ตามชื่อเดิมที่ชาวบ้านเรียกกัน

ภายใต้การดูแลของ พระครูภาวนาวัชรคุณ (พระเพชร เขมงฺกโร) ในปัจจุบัน ที่ท่านอายุ 91 ปีแล้ว เดินเหินไม่สะดวก ประกอบกับมีอาการป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาเป็นประจำ แถมยังเริ่มหลง ๆ ลืม ๆ ทำให้การปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์กับพุทธศาสนิกชนจึงห่างหายไป ทำให้วัดแห่งนี้เริ่มไม่มีพุทธศาสนิกชนวนเวียนเข้ามาเช่นแต่ก่อน

พื้นที่บางส่วนภายในวัดจึงถูกปิดตายมานานเกือบ 15 ปี ทำให้มีสภาพทรุดโทรม เกิดแหล่งน้ำเน่าเหม็น ไม้ใหญ่ปกคลุมทั่วพื้นที่จนรกตา ป่าหญ้าขึ้นท่วมกุฏิพระ ในขณะที่เงินวัดกว่า 15 ล้านบาท ถูกสีกาต่างพื้นที่ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการวัดด้วยวาจาให้เป็นผู้ดูแล

ขณะที่วันนี้ นายประเวท แก่นตัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ได้รับรู้ถึงปัญหาและเห็นสภาพความทรุดโทรมของทางวัด จึงได้ร่วมกับชาวบ้านในชุมชนบ้านทรายมูล และ นายพัลลภ ชูสว่าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองนา เข้ามาหารือเพื่อหาแนวทางในการ ทำนุบำรุงศาสนสถาน ที่ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม ให้กลับมาเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวพุทธได้อีกครั้ง

โดยมี นายมติชน ชูทับทิม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้ามารับฟังปัญหาและความต้องการของชุมชน เพื่อหาแนวทางและความร่วมมือในการเข้ามาพัฒนาวัดอย่างเป็นระบบ

เบื้องต้น พล.ต.ยุทธนา มีเจริญ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 ได้มอบหมายสั่งการให้กำลังพลจิตอาสา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลคลองนา และชุมชนในพื้นที่ ตลอดจนประชาชนจิตอาสา เข้ามาช่วยกันทำความสะอาด และปรับปรุงภูมิทัศน์ในส่วนที่พอทำได้เป็นการเบื้องต้นก่อน

โดยจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินวัด 15 ล้านที่มีอยู่ เพื่อป้องกันข้อครหาในอนาคต เพราะสิ่งที่ทุกคนพยายามร่วมไม้ร่วมมือช่วยกันในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้วัดป่าชินรังสี กลับมาเป็นศาสนสถานที่สามารถประกอบศาสนกิจของพุทธศาสนิกชนได้ต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดสภาพล่าสุด วัดป่าชื่อดัง ถูกปล่อยร้าง15ปี นับหมื่นเคยหลั่งไหลทำบุญ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...