โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิทัยฉลุยผู้ว่าธปท.ใหม่ ลุ้นสุดท้าย‘ภาษีทรัมป์’

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 00.03 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 17.01 น.

ไม่พลิก! ครม.เคาะชื่อ “วิทัย รัตนากร” นั่งผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ “พิชัย” อวย 2 รายชื่อสุดท้ายดีทั้งคู่ แต่ปัญหาเศรษฐกิจเยอะต้องเอาคนมีความรู้หลากหลาย “เผ่าภูมิ” แย้มอยากเห็น “ปล่อยสินเชื่อ-อัตราแลกเปลี่ยน” ขุนคลังดีเดย์ชงข้อเสนอภาษีสหรัฐ 23 ก.ค. หวังได้ต่ำกว่า 20% “ภูมิธรรม” โยนเผือกร้อน รมว.การคลัง ปมตัดงบท้องถิ่น 4.2 หมื่นล้าน

เมื่อวันอังคารที่ 22 ก.ค.2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งนายวิทัย รัตนากร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อทดแทนนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าฯ ธปท. ที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 ก.ย.2568 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 เป็นต้นไป โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะได้ขอให้สำนักงานองคมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป

ด้านนายพิชัยกล่าวว่า การพิจารณาแต่งตั้งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาการทำงานระหว่ากระทรวงการคลังและ ธปท.เป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด มีการปรับเข้าหากัน และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยต้องยอมรับว่า 2 รายชื่อสุดท้ายมีดีทั้งคู่ เพียงแต่ว่าคนหนึ่งรู้เรื่องภายใน ธปท.ได้ดี คุณสมบัติเหมาะสมมากๆ ส่วนอีกคนมีความรู้ที่หลากหลาย แต่ปัจจุบันปัญหาของเศรษฐกิจไทยค่อนข้างเยอะ ปัญหาหลากหลาย ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่อาจทำงานยากนั้น เชื่อว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะ ธปท.ทำงานอย่างมีหลักการ และทุกคนทำงานด้วยหลักการทั้งนั้น คิดว่าทุกอย่างไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ส่วนกรณีนักเศรษฐศาสตร์แสดงความกังวลว่านายวิทัยอาจถูกการเมืองชี้นำและกดดันการทำงานนั้น นายพิชัยยืนยันว่า ไม่มีการกดดันอยู่แล้ว การทำงานที่ผ่านมามีการพูดคุยกันด้วยเหตุและผลมาโดยตลอด ไม่ว่าผู้ว่าการ ธปท.จะเป็นใครเข้ามา เมื่อนายวิทัยเข้ามาทำงานในฐานะผู้ว่าการ ธปท.แล้ว ก็ต้องรับผิดชอบองค์กร รับผิดชอบงานของตัวเอง ดังนั้นจึงต้องมีความเป็นอิสระในเรื่องแนวคิดและในเรื่องการทำงาน สิ่งเดียวที่กระทรวงการคลังหวังคือ การทำงานระหว่างนโยบายการคลัง ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ หากนโยบายการเงินเข้าใจซึ่งกันและกัน ก็เชื่อว่าจะสามารถเห็นนโยบายการเงินที่ปรับให้สอดคล้องได้ โดยยังมีความเป็นอิสระทางความคิด แต่ทั้งหมดยังเดินหน้าไปด้วยกันได้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

ถามถึงการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นัดแรกของนายวิทัย ในฐานะผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ ซึ่งหลายฝ่ายคาดหวังว่าจะเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงนั้น นายพิชัยยืนยันว่า ตรงนี้เป็นหน้าที่การพิจารณาของ กนง. ไม่อยากให้ไปคิดล่วงหน้าแทนใคร แต่เชื่อว่าจะประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ผ่านมา และเหตุการณ์ปัจจุบัน เช่น นโยบายภาษีของสหรัฐ เป็นต้น เพื่อกำหนดนโยบายการเงินที่เหมาะสม

สำหรับกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง ตอบรับกับข่าวการแต่งตั้งผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ โดยนักลงทุนกังวลว่ากำไรของธนาคารพาณิชย์จะปรับตัวลดลงนั้น นายพิชัยสวนว่า กำไรแบงก์จะลดลง คิดแบบนั้นแล้วหรือ จริงๆ ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์คงเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจดี ผลประกอบการก็ดี

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.การคลัง กล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นการให้ความสำคัญมากขึ้นคือ เรื่องการปล่อยสินเชื่อลงสู่ระบบ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่ผ่านมาอาจเห็นเกณฑ์ที่เข้มและแข็งเกินไป เพราะมีการยึดเรื่องเสถียรภาพจนสถาบันการเงินไม่เปิดรับความเสี่ยงเลย จนทำให้สินเชื่อไม่ลงสู่ระบบ แบบนี้ถือเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ที่มองว่าต้องพิจารณาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งฝ่ายที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ต้องดูด้วยความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน หรืออะไรต่างๆ ที่ต้องดูให้อยู่ในระดับสมดุล

นายพิชัยยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีนำเข้ากับสหรัฐว่า สหรัฐได้เห็นข้อเสนอของไทยไปแล้วกว่า 90% ยืนยันว่ารัฐบาลได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้การเจรจาบรรลุผลสำเร็จ โดยคาดว่าภายในวันที่ 23 ก.ค.จะยื่นข้อเสนอสุดท้ายเรียบร้อย และหวังว่าไทยจะได้ปรับลดอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐในอัตราที่ใกล้เคียงกับภูมิภาค ส่วนจะได้ภาษีอัตราเท่าใดนั้น เกือบทุกประเทศไม่มีใครได้ภาษีอัตราเดียว

“ถามว่าเราจะได้อัตราภาษีต่ำกว่า 20% ไหม ส่วนตัวผมก็หวังอย่างนั้น เพราะเราก็ให้ไปเกือบหมดแล้ว และถ้าลองเอาใจผมไปใส่ทางสหรัฐ ผมก็คงมองเป็นภูมิภาค” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยยังกล่าวถึงกรณีที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบการเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ว่าเป็นการดำเนินการปกติ มีเหตุและผลชัดเจนอยู่

นายเผ่าภูมิกล่าวในเรื่องนี้ว่า เป็นการปรับเปลี่ยนในรายละเอียดในเชิงเทคนิคเท่านั้น ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไร เป็นการปรับเพื่อให้ตรงตามเกณฑ์ต่างๆ และไม่ได้ปรับเพื่อรองรับผลกระทบจากภาษีสหรัฐ

ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ งบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท จะทบทวนงบของท้องถิ่น 4.2 หมื่นล้านบาทว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่นายพิชัยเป็นประธาน

เมื่อถามว่า หากท้องถิ่นถูกตัดงบทั้งหมดจะไม่สูญเสียกำลังใจใช่หรือไม่ เพราะให้ไปกระจายอำนาจแต่ไม่มีงบประมาณ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ก็เป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบที่จะต้องหาทรัพยากรให้ไปทำงาน

ถามว่า สาเหตุที่ริบงบดังกล่าว มีสาเหตุมาจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยมีหนังสือเตือนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาก่อนใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง กล่าวถึงการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่ 10/2568 งบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท โดยจะทบทวนงบของท้องถิ่น 4.2 หมื่นล้านบาท ว่ายังไม่มีข้อสรุปออกมา ซึ่งในวัน 1-2 วันจะประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง เรื่องนี้ขอให้รอฟังคำชี้แจงจากนายพิชัย

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า เห็นตามหน้าข่าวว่าอาจริบงบบางส่วนคืนจาก มท. ซึ่งอาจมีข้อสงสัยที่เกิดขึ้นได้ว่าเป็นงบประมาณที่พรรคภูมิใจไทยตั้งไว้แต่เดิม ซึ่งไม่อยากให้เป็นประเด็นเรื่องการเมืองที่เอาคืนกัน ถ้ามีการริบคืนกันจริงๆ ก็อยากให้ไปดูในรายละเอียดที่มาที่ไปของงบประมาณเป็นอย่างไร โดยเราก็จะร่วมตรวจสอบต่อไป

“ไม่อยากจะให้เป็นงบที่ไปใช้ในการลงพื้นที่ เพื่อเตรียมสู่การเลือกตั้งในครั้งหน้า เพราะฉะนั้น พรรคประชาชนก็ดำเนินการติดตามมาโดยตลอด ไม่ว่าจะการเปลี่ยนงบหรือโยกงบอย่างไร”

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาทมีความเร่งรีบ ซึ่งจะเปิดช่องให้นักการเมืองสามารถเข้ามาแทรกแซงได้ง่าย นอกจากนี้ รัฐบาลมีปัญหายังไม่ทราบผลการเจรจาภาษีสหรัฐ จึงควรชะลอการใช้เงินตามโครงการนี้ไว้ จนเลยวันที่ 1 ส.ค.ไปก่อน เผื่อเอาไว้ หากมีความจำเป็นหลังต้องเยียวยาจากผลเจรจาดังกล่าว

วันเดียวกัน นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการ (ไตรภาคี) เพื่อพิจารณาขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีมติให้ปรับขึ้นในพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัดในบางกิจการว่า ค่าแรง 400 บาทเพิ่งปรับขึ้นไป คงไม่เร็วขนาดนั้นที่จะปรับขึ้นอีก ปกติจะขึ้นปีละครั้ง แต่ปีนี้ขึ้นไปแล้ว 2 รอบ ซึ่งถ้าจะมีการประชุมเรื่องค่าแรงคงจะเป็นปีหน้าเลย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...