นิกเกอิ ปิดตลาดบวก 209.68 จุด รับข่าวสหรัฐฯ-จีนคลายข้อจำกัด
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ (11 มิ.ย.) ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 หลังสหรัฐฯ และจีนตกลงกันได้เกี่ยวกับกรอบความร่วมมือเพื่อผ่อนคลายข้อจำกัดในภาคส่วนที่สำคัญ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 38,421.19 จุด เพิ่มขึ้น 209.68 จุด หรือ +0.55%
กลุ่มที่นำตลาดปรับตัวขึ้น ได้แก่ กลุ่มเยื่อกระดาษและกระดาษ กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ และกลุ่มบริการ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นชิปขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นตามดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ
การบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับจีนหลังการเจรจาระดับสูงสองวันที่กรุงลอนดอนได้ช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุน โดยผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ แสดงความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับแนวโน้มการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการส่งออกแร่หายาก
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ไปยังจีน หากจีนยอมลดข้อจำกัดเช่นกัน
โทชิคาสึ โฮริอุจิ นักกลยุทธ์ด้านตราสารทุนจากบริษัทหลักทรัพย์อิวาอิ คอสโม (IwaiCosmo Securities Co.) กล่าวว่า แม้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนจากข้อตกลงดังกล่าว แต่ดูเหมือนนักลงทุนจะตีความว่าจะมีข่าวดีเกี่ยวกับการส่งออกแร่และชิปตามมา
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของตลาดยังถูกจำกัด เนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากเลือกชะลอการลงทุนเพื่อรอดูข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งอาจส่งสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในอนาคต
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ (11 มิ.ย.) ขานรับสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,402.32 จุด เพิ่มขึ้น 17.50 จุด หรือ +0.52%
เจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการเจรจาการค้าวันที่สองที่กรุงลอนดอนแล้วในวันอังคาร (10 มิ.ย.) โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุกรอบการทำงานเพื่อดำเนินการตามฉันทามติที่ตกลงร่วมกันในนครเจนีวาและตามที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ให้คำมั่นร่วมกันในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อไม่นานมานี้ โดยส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่เป็นไปได้นั้น คาดว่าจีนจะยกเลิกข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก ขณะที่สหรัฐฯ จะผ่อนคลายการควบคุมการขายเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้กับจีน
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มพลังงานใหม่พุ่งขึ้นนำตลาด โดยหุ้น East Money พุ่งขึ้น 2.5%, หุ้น Dawning Information บวก 2.2%, หุ้น Shenzhen Forms พุ่งขึ้น 4.6%, หุ้น BYD Company ปรับตัวขึ้น 2.5% และหุ้น Contemporary Amperex พุ่งขึ้น 3%
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ (11 มิ.ย.) ขานรับเจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐฯ บรรลุฉันทามติด้านการค้า หลังเสร็จสิ้นการเจรจาระดับสูงเป็นวันที่สองที่กรุงลอนดอน โดยมีเป้าหมายที่จะยุติข้อพิพาททางการค้าและแก้ไขข้อจำกัดด้านการส่งออกแร่หายาก
ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 24,366.94 จุด เพิ่มขึ้น 204.07 จุด หรือ +0.84%
โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า "เราได้บรรลุกรอบการทำงานเพื่อดำเนินการตามฉันทามติร่วมกันที่นครเจนีวาและในการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศ แนวคิดในขณะนี้คือเราจะกลับไปพูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อให้แน่ใจว่าปธน.ทรัมป์จะให้การอนุมัติ ขณะที่ฝ่ายจีนก็จะกลับไปพูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อให้แน่ใจว่าปธน.สีจะให้การอนุมัติเช่นกัน และหากได้รับการอนุมัติ เราก็จะดำเนินการตามกรอบการทำงานดังกล่าว"
การเปิดเผยของลุตนิกสอดคล้องกับที่หลี่ เฉิงกัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวในวันอังคาร (10 มิ.ย.) ว่า คณะเจรจาของจีนและสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงกรอบการทำงานด้านการค้าแล้ว หลังเสร็จสิ้นการเจรจาสองวัน และเขาจะนำเรื่องนี้กลับไปรายงานผู้นำจีน
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 2,900 จุดเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีในวันนี้ (11 มิ.ย.) และเป็นการปิดตลาดแดนบวกเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ และความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) เพิ่มขึ้น 35.19 จุด หรือ +1.23% ปิดที่ 2,907.04 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปิดที่ 2,921.92 เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2565
หุ้นบริษัทเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น โดย Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 1.18% ขณะที่ SK hynix พุ่ง 4.12%
ส่วนกลุ่มยานยนต์อย่าง Hyundai Motor ปรับตัวขึ้น 2.03% และบริษัทในเครืออย่าง Kia Motors ทะยานขึ้น 2.54%