โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นิกเกอิ ปิดตลาดบวก 209.68 จุด รับข่าวสหรัฐฯ-จีนคลายข้อจำกัด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 16.36 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.36 น.

ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ (11 มิ.ย.) ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 หลังสหรัฐฯ และจีนตกลงกันได้เกี่ยวกับกรอบความร่วมมือเพื่อผ่อนคลายข้อจำกัดในภาคส่วนที่สำคัญ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 38,421.19 จุด เพิ่มขึ้น 209.68 จุด หรือ +0.55%

กลุ่มที่นำตลาดปรับตัวขึ้น ได้แก่ กลุ่มเยื่อกระดาษและกระดาษ กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ และกลุ่มบริการ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นชิปขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นตามดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ

การบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับจีนหลังการเจรจาระดับสูงสองวันที่กรุงลอนดอนได้ช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุน โดยผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ แสดงความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับแนวโน้มการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการส่งออกแร่หายาก

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ไปยังจีน หากจีนยอมลดข้อจำกัดเช่นกัน

โทชิคาสึ โฮริอุจิ นักกลยุทธ์ด้านตราสารทุนจากบริษัทหลักทรัพย์อิวาอิ คอสโม (IwaiCosmo Securities Co.) กล่าวว่า แม้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนจากข้อตกลงดังกล่าว แต่ดูเหมือนนักลงทุนจะตีความว่าจะมีข่าวดีเกี่ยวกับการส่งออกแร่และชิปตามมา

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของตลาดยังถูกจำกัด เนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากเลือกชะลอการลงทุนเพื่อรอดูข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งอาจส่งสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในอนาคต

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ (11 มิ.ย.) ขานรับสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,402.32 จุด เพิ่มขึ้น 17.50 จุด หรือ +0.52%

เจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการเจรจาการค้าวันที่สองที่กรุงลอนดอนแล้วในวันอังคาร (10 มิ.ย.) โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุกรอบการทำงานเพื่อดำเนินการตามฉันทามติที่ตกลงร่วมกันในนครเจนีวาและตามที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ให้คำมั่นร่วมกันในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อไม่นานมานี้ โดยส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่เป็นไปได้นั้น คาดว่าจีนจะยกเลิกข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก ขณะที่สหรัฐฯ จะผ่อนคลายการควบคุมการขายเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้กับจีน

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มพลังงานใหม่พุ่งขึ้นนำตลาด โดยหุ้น East Money พุ่งขึ้น 2.5%, หุ้น Dawning Information บวก 2.2%, หุ้น Shenzhen Forms พุ่งขึ้น 4.6%, หุ้น BYD Company ปรับตัวขึ้น 2.5% และหุ้น Contemporary Amperex พุ่งขึ้น 3%

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ (11 มิ.ย.) ขานรับเจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐฯ บรรลุฉันทามติด้านการค้า หลังเสร็จสิ้นการเจรจาระดับสูงเป็นวันที่สองที่กรุงลอนดอน โดยมีเป้าหมายที่จะยุติข้อพิพาททางการค้าและแก้ไขข้อจำกัดด้านการส่งออกแร่หายาก

ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 24,366.94 จุด เพิ่มขึ้น 204.07 จุด หรือ +0.84%

โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า "เราได้บรรลุกรอบการทำงานเพื่อดำเนินการตามฉันทามติร่วมกันที่นครเจนีวาและในการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศ แนวคิดในขณะนี้คือเราจะกลับไปพูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อให้แน่ใจว่าปธน.ทรัมป์จะให้การอนุมัติ ขณะที่ฝ่ายจีนก็จะกลับไปพูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อให้แน่ใจว่าปธน.สีจะให้การอนุมัติเช่นกัน และหากได้รับการอนุมัติ เราก็จะดำเนินการตามกรอบการทำงานดังกล่าว"

การเปิดเผยของลุตนิกสอดคล้องกับที่หลี่ เฉิงกัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวในวันอังคาร (10 มิ.ย.) ว่า คณะเจรจาของจีนและสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงกรอบการทำงานด้านการค้าแล้ว หลังเสร็จสิ้นการเจรจาสองวัน และเขาจะนำเรื่องนี้กลับไปรายงานผู้นำจีน

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 2,900 จุดเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีในวันนี้ (11 มิ.ย.) และเป็นการปิดตลาดแดนบวกเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ และความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) เพิ่มขึ้น 35.19 จุด หรือ +1.23% ปิดที่ 2,907.04 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปิดที่ 2,921.92 เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2565

หุ้นบริษัทเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น โดย Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 1.18% ขณะที่ SK hynix พุ่ง 4.12%

ส่วนกลุ่มยานยนต์อย่าง Hyundai Motor ปรับตัวขึ้น 2.03% และบริษัทในเครืออย่าง Kia Motors ทะยานขึ้น 2.54%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...